‘คลัง’ ลุยรีดภาษีที่ดิน เก็บเต็ม 100% ไม่ขยายเวลาลดแล้ว เอกชนหวั่นซ้ำเติมเศรษฐกิจ

หลังจากที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้มีข้อเสนอถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้พิจารณาขยายเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% ยืดออกไปเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ความคืบหน้าล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะไม่ขยายเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ขยายเวลามาตรการลดไปให้ถึง 2 ปีแล้ว ซึ่งการลดภาษีที่ดินฯ ในแต่ละครั้ง อาจทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้ท้องถิ่นไปถึง 30,000 ล้านบาท หากจะออกมาตรการช่วยเหลือใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับภาษี ต้องคำนึงถึงเรื่องผลกระทบด้านรายได้ของรัฐด้วย เพราะถ้ามีการลดไปอีก รายได้ของท้องถิ่นจะหายไปจำนวนมาก และยังส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นตามมาด้วย

ขณะที่ความเห็นของนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ มองว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินครั้งนี้คงเป็นความจำเป็นของภาครัฐที่ต้องใช้เครื่องมือการจัดเก็บภาษีที่ประเภทเข้ามาทดแทนการหารายได้ภาษีที่ไม่เข้าเป้า หรือต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่อีกมุมหนึ่งช่วงนี้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ภาคเอกชนยังไม่ฟื้นจากผลกระทบโควิด-19 ที่ผ่านมา การจ้างงาน การใช้จ่าย การท่องเที่ยว ทุกอุตสาหกรรมยังประสบปัญหาหนัก จึงมองว่าการจัดเก็บภาษี 100% ยังไม่ใช่เวลาที่ถูกต้อง อาจต้องทบทวนอัตราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

“ภาษีที่ดินภาครัฐสามารถจัดเก็บได้ เพราะมีความจำเป็น เอกชนก็เข้าใจต่อสถานการณ์ที่รัฐต้องการรายได้ภาษี แต่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว มีโอกาสชะลอตัวไปอีก 1-2 ปี ผมคิดว่าหากจะเก็บเต็มจำนวนก็ควรใช้เวลาให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน”

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ดังนั้นเงื่อนไขการจัดเก็บภาษีบางชนิด เช่น ภาษีที่ดินแปลงจัดสรรที่ยังขายไม่หมดภายใน 3 ปี ที่ไม่สอดคล้องกับสภาวะการขายในปัจจุบันที่ขายชะลอตัวมากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงขอให้ภาครัฐทบทวนอัตราการจัดเก็บหรือยกเลิกบางหลักเกณฑ์ไปก่อน

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินเหลือ 90% มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีรายได้สูงและประชาชนชั้นกลาง เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยกว่า 90% ล้วนไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ มุ่งเน้นการจัดเก็บไปกับที่ดินว่างเปล่า หรือที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไปเท่านั้น

Fact : ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

– ประเมินตลาดอสังหาฯ ปี 65 หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย จะกลับมาเติบโตได้ 15.4% แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่มีหน่วยโอนอยู่ที่ 360,932 หน่วย
– คาดการณ์มูลค่าการโอนเติบโต 5.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่มีมูลค่าอยู่ที่ 797,578 ล้านบาท
– ต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ส่งผลต่อราคาอสังหาปีนี้ที่จะปรับขึ้นอีก 3-5%

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า