จีน:จากความหวังพยุงเศรษฐกิจโลกยามวิกฤต สู่วันที่กำลังสะดุดขาตัวเองท่ามกลางปัจจัยรุมเร้า

หากย้อนกลับไปในช่วงเกือบ 20 ปีทีผ่านมา ประเทศจีนนับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สุดตัวหนึ่งของโลกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้รอดพ้นวิกฤตหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากการอัตราการเติบโตที่โดดเด่นและร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางประเทศอื่นๆ ที่โตๆ หยุดๆ ทรงๆ ทรุดๆ ทำให้ตลอดเกือบ 2 ทศวรรษจีนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการบริโภคและภาคการลงทุน

แต่ในตอนนี้เศรษฐกิจจีนกำลังดิ้นรนอย่างหนักจากการเข้าสู่ภาวะชะลอตัวหลังโลกกำลังผ่านพ้นจากวิกฤตโรคระบาด แต่กลับเผชิญกับวิกฤตสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่สั่นสะเทือนเสถียรภาพของทุกประเทศในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน การเงิน และค่าครองชีพ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนหรือ NBS เปิดเผยรายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาโตเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ที่ 1.5% อันเป็นผลมาจากนโยบายกับปิดเมืองซ้ำๆ วนไปวนมาไม่รู้จักจบจักสิ้น เพื่อทำให้เชื้อโรคที่กำลังระบาดนั้นไม่มีแม้แต่ 0 คน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้

เมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนแดนมังกรทั้งกรุงปักกิ่ง และมหานครเซี่ยงไฮ้ก็มีการสั่งปิดเมืองจนกระทบต่อพลวัตรของเมืองอย่างมาก อีกทั้งเมืองใหญ่ๆ ในมณฑลต่างๆ ก็สลับกันปิดเมืองไปมากจนไม่รู้ว่าจะสามารถกลับมาเดินเครื่องเศรฐกิจเต็มที่ได้เมื่อไหร่

NBS พูดยอมรับว่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว

คนจีนเริ่มไม่ชำระค่าผ่อนบ้าน ธนาคารหนี้เสียพุ่ง

ภาวะชะงักงันนี้กระทบไปถึงรายได้ของประชาชน และความสามารถในการจับจ่ายของชาวจีน ที่กำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแต่อำนาจการซื้อและชำระหนี้ลดลง

ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกๆ เพราะคนจีนนิยมลงทุนในอสังหาฯ เป็นหลัก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกลไกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนให้เติบโตมาตลอดหลายสิบปี เพราะมีสัดส่วนต่อ GPD สูง แต่ก็มีความเปราะบางสูงเช่นกัน

แต่ข้อมูล่าสุดจาก ‘China Real Estate Information‘ บริษัทวิจัยเอกชน ระบุว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 100 อันดับแรกของจีนลดลงถึงเกือบ 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และผู้ซื้อบ้านชาวจีนหยุดจ่ายเงินค่าผ่อนบ้านอย่างน้อย 100 โครงการใน 50 เมืองทั่วประเทศแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของจีนรายงานตัวเลขของการขอสินเชื่อบ้านและการชำระหนี้กำลังเสี่ยงต่อการเป็นหนี้เสียสูง เพราะการผิดนัดชำระ หรือไม่ก็ปฏิเสธการผ่อนบ้านไปเลย ซึ่งมีมูลค่ารวมกันราว 2,110 ล้านหยวน หรือ 11,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และหากใครจำข่าวการล้มของ ‘Evergrande Group’ บริษัทพัฒนาอสังหารายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศที่มีหนี้สินมากถึง 10 ล้านล้านบาท และมีดอกเบี้ยต้องจ่ายถึงปีละ 1.4 แสนล้านบาท จนสุดท้ายไม่สามารถที่จะแบกรับภาระหนี้สินได้และเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในที่สุดเมื่อตอนปลายปีที่แล้

ผลกระทบดังกล่าวได้ลากยาวมาจนถึงทุกวันนี้ที่ยังทำให้ภาคอสังหาฯ จีนไม่อาจเติบโตได้ดังคาดหวัง ประกอบกับปัจจัยระดับโลกอื่นๆ ที่มากระทบยิ่งทำให้บรรยากาศไม่ดีขึ้นเลย

‘Autonomous Research’ ระบุว่า ธนาคารจีนมีการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาฯ สูงถึง 62 ล้านล้านหยวน หรือ 335 ล้านล้านบาท มากกว่าครึ่งอยู่ในรูปแบบของสินเชื่อจํานอง ที่ ‘China Construction Bank Corp.’ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก และการจํานองคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของสินทรัพย์ทั้งหมด

ธนาคารของจีนหลายแห่งที่มีการปล่อยสินเชื่อบ้านกำลังเผชิญกับหนี้ จากการผิดนัดชำระโดยเรียงตามมูลค่าดังนี้

Agricultural Bank of China660 ล้านหยวน
Industrial & Commercial Bank of China637 ล้านหยวน
Industrial Bank384 ล้านหยวน
Postal Savings Bank127 ล้านหยวน
Mingshen Bank66 ล้านหยวน
Everbright Bank65 ล้านหยวน
Citic Bank46 ล้านหยวน
Ping An Bank31.8 ล้านหยวน
Bank of Jiangsu31 ล้านหยวน
Zheshang Bank31 ล้านหยวน
Bank of Nanjing21.1 ล้านหยวน
Merchant Bank12 ล้านหยวน

นักพัฒนาอสังหาเป็นหนี้ธนาคาร หยุดก่อสร้าง ทิ้งร้างเพียบ

บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมามี 28 จาก 100 บริษัทได้ผิดนัดชําระหนี้ หรือขอให้เจ้าหนี้ของพวกเขาขยายเวลาการชำระออกไป ข้อมูลที่รวบรวมโดย CLSA แสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้คิดเป็นประมาณ 20% ของยอดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของจีน ตอนนี้วิกฤตการเงินยิ่งตึงตัวมากขึ้น ในช่วงครึ่งปีแรกยอดจองอสังหาริมทรัพย์ลดลง 72% จากปีที่แล้ว ทำให้กระแสเงินสดของพวกเขาพังทลายลง

การสํารวจรายเดือนของ CLSA เกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของโครงการ Evergrande ทำให้เราได้เห็นจำนวนไซต์งานที่ยังไม่เสร็จทั่วประเทศจีน ณ เดือนมิถุนายน กว่าครึ่งหนึ่งของโครงการของ Evergrande อยู่ระหว่างการหยุดการก่อสร้างและทิ้งร้าง โดยมีการประมาณมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 840,000 ล้านหยวน หรือ 4.55 ล้านล้านบาท

จีนไม่เคยต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เพราะในช่วงที่โลกเกิดวิกฤการเงินครั้งก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 หรือแม้แต่วิกฤตซับไพรม์ปี 2007 ในขณะนั้นเศรษฐกิจจีนยังคงพุ่งทยาน 6.7% และ 6.4% ตามลำดับ

และระหว่างปี 2003-2007 เศรษฐกิจจีนตัวขยายร้อนแรงระหว่าง 10 – 15% ขณะที่ช่วงปี 2012-2018 ก็ขยายตัวอย่างสม่ำเสมอที่ 6-8%

แต่ก่อนการเกิดโรคระบาดก็ยังรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ถึง 5%

การปฏิเสธที่จะจ่ายค่าจํานองเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศจีนในการจองบ้านก่อนที่จะถูกสร้างขึ้น ในปีที่ผ่านมานักพัฒนาชาวจีนที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตมากกว่าการชําระหนี้ เนื่องจากเงินหดหายและการก่อสร้างหยุดลงในโครงการต่างๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ มูลค่าทรัพย์สินก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลให้การชําระเงินหยุดชะงัก และไม่ใช่แค่จะกระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่จะลามไปยังภาคการเงินและธนาคารอีกด้วย

คนจีนว่างงานพุ่ง 1 ใน 5 ของคนหนุ่มสาวตกงาน

เศรษฐกิจที่ซบเซา ประกอบกับแรงงานที่ล้นตลาดไม่สัมพันธ์กับจำนวนกิจการที่เปิดดำเนินการ ทำให้ 1 ใน 5 ของผู้หางานอายุน้อยตกงาน เนื่องจากอัตราการว่างงานของผู้จบใหม่ในจีนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.3% ในเดือนมิถุนายน ตัวเลขอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่าการว่างงานกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 18.4% ในเดือนพฤษภาคม และเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบเป็นรายปี

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ว่า ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่โดยทั่วไปจะผลักดันอัตราการว่างงานให้สูงขึ้นในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมของทุกปี แต่อัตราการว่างงานของเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม และทำลายสถิตินับตั้งแต่แตะ 18.2% ในเดือนเมษายน ซึ่งนับเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่จีนเริ่มเผยแพร่ข้อมูลรายเดือนครั้งแรกในปี 2018

การเพิ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับวิทยาลัย 10.76 ล้านคนเข้าสู่ตลาดงานที่ตึงตัวอยู่แล้ว ทำให้อัตรานี้สูงขึ้นเรื่อยๆ และข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอัตราการว่างงานของหนุ่มสาวชาวจีนกําลังสูงกว่าตลาดแรงงานของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ด้วยกัน

ในเดือนมิถุนายนอัตราการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาในกลุ่มอายุเดียวกันทั้งสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 8.1% ในเดือนพฤษภาคม อัตราการว่างงานของสหภาพยุโรปอยู่ที่ 13.3% และอัตราของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 3.8%

โฆษกของ NBS กล่าวยอมรับว่า คนหนุ่มสาวชาวจีนต้องเผชิญกับแรงกดดันในการจ้างงานที่เน้นกำลังชะลอตัวลงและมีผลกระทบจากเศรษฐกิจ

“หน่วยงานต่างๆ ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ ความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการการจ้างงานลดลง และช่องทางการหางานของคนหนุ่มสาวก็ถูกขัดขวางภายใต้เงื่อนไขที่จํากัดเช่นกัน”

ทอมมี่ วู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีน Oxford Economics กล่าวว่าสิ่งที่ร้ายที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นสำหรับผู้หางานรุ่นใหม่เนื่องจากความไม่แน่นอนของมรสุมทางเศรษฐกิจ

“ผมมองว่าสภาวะตลาดแรงงานโดยรวมจะยังคงชะลอตัวลงไประยะหนึ่ง อัตราการว่างงานของเยาวชนอาจเพิ่มสูงมากขึ้นหว่านี้ เนื่องจากคนหนุ่มสาวจะพบว่ามันยากมากที่จะได้งานทำในสภาวะตลาดแรงงานเช่นนี้“”ผมมองว่าสภาวะตลาดแรงงานโดยรวมจะยังคงชะลอตัวลงไประยะหนึ่ง อัตราการว่างงานของเยาวชนอาจเพิ่มสูงมากขึ้นหว่านี้ เนื่องจากคนหนุ่มสาวจะพบว่ามันยากมากที่จะได้งานทำในสภาวะตลาดแรงงานเช่นนี้”

“การจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่นี้ให้ความสำคัญ แต่ผมคิดว่าบริการผู้บริโภคและกิจกรรมของภาคเอกชนโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะซบเซาดังนั้นแนวโน้มการจ้างงานโดยรวมจะยังคงน่าเป็นห่วง”

การแข่งขันที่ดุเดือดและการปลดพนักงานจำนวนมากในบริษัทเอกชนได้เพิ่มปัญหาให้กับตลาดแรงงาน และอุตสาหกรรมที่เดิมดูดซับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่จำนวนมากรวมถึงบริษัทอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรมการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมการสอนกวดวิชาของเอกชน ล้วนได้รับความเดือดร้อนท่ามกลางการปราบปรามด้านกฎระเบียบที่หลากหลาย

แม้หลังจากการปิดเมือง 2 เดือนสิ้นสุดลงเมื่อเดือนมิถุนายน แต่อัตราการว่างงานในเซี่ยงไฮ้ที่ 7% สำหรับเดือนนี้ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ 5.5% อย่างมีนัยสําคัญ และอัตราการว่างงานในไตรมาสที่ 2 ของเมืองที่ 12.5% นั้นแย่กว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ 5.8% อย่างมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนได้ว่าจีนเองก็เริ่มประสบปัญหาจากภายใน และปัจจัยจากภายนอกที่เข้ามาผสมโรง ซึ่งทำให้ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของโลกในวิกฤตครั้งนี้ เพราะลำพังจะเอาตัวเองให้รอดยังลำบากไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ในโลกที่เผชิญวิกฤตเหมือนกันนั่นเอง

แหล่งอ้างอิง

Bloomberg l Washington Post l SCMP

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า