ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สภาผู้บริโภค ชี้งบช่วยค่าครองชีพ 1,480 ล้าน ฉาบฉวย

หลังจากที่ ครม.อนุมัติงบกลาง 1,480 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน” ปี 2565 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอจัดจุดลดราคาสินค้า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งหลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สวยงามอย่างที่คิด หากรัฐบาลบริหารจัดการงบกลางแบบฉาบฉวยแบบนี้

มุมมองทางวิชาการ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต มองว่า การที่รัฐบาลนำงบกลางมาใช้แก้ปัญหาปากท้องผู้บริโภคจากกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคตลอดจนค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ประเมินว่า งบช่วยเหลือดังกล่าวสามารถใช้ได้เพียง 3 เดือน ซึ่งไม่เพียงพออยู่แล้ว เฉพาะปัญหาราคาหมู กว่าจะแก้ไขให้กลับสู่สภาวะปกติได้ก็อาจกินเวลานานถึง 18 เดือน 

ปัญหาดังกล่าวยังจะลามไปถึงราคาของสินค้าที่ใช้ทดแทน เช่น ไก่ ไข่ไก่ และเนื้อวัวที่ปรับราคาขึ้นเป็นเงาตามตัวสืบเนื่องจากผลทางจิตวิทยา หนำซ้ำต้นทุนค่าขนส่งและสาธารณูปโภคก็ปรับตัวเพิ่มเพราะปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเช่นกัน 

กรณีราคาหมูที่สูงอย่างต่อเนื่องนั้นอยากให้รัฐบาลกำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขเพราะต้องใช้เวลา ควรตั้งเกณฑ์ราคาว่าสูงถึงแค่ไหนจะมีแผนจัดการอย่างไร หรือหากมองว่าไม่ใช่ปัญหาที่วิกฤติมาก อยากทราบว่าปัญหาจะคลี่คลายเมื่อไร

เช่นเดียวกับปัญหาราคาน้ำมันที่ต้องเร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยอยากให้รัฐบาลรายงานให้ทราบเป็นรายวัน เรื่องราคาและมาตรการในการควบคุม ไปจนถึงตรึงราคาสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า และประปา มีมาตรการการชะลอการขึ้นราคาอย่างไร หากชะลอได้ยาวถึง 6 เดือนก็จะทำให้ผู้บริโภคคลายความกังวลลงได้พอสมควร

ขณะที่นางสาว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค มองว่า รัฐบาลต้องจัดสรรงบกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค ทั้งนี้งบ 1,400 ล้านบาทนั้นมีจำกัดมากที่จะนำมาแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนทั่วประเทศ จึงอยากให้แก้ไขระยะยาวมากขึ้น

โดย สอบ.ได้จัดทำข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ไข โดยให้ปรับโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) เพราะปัจจุบันเป็นปัญหากับราคาสินค้าในตลาดมากและไม่ได้ช่วยผู้บริโภคเลย พร้อมผลักดันให้ผู้บริโภคเข้าไปมีส่วนกับการทำงานของคณะกรรมการในส่วนนี้

“ปัจจุบันการควบคุมราคาสินค้ามีข้อจำกัดจากฝั่งรัฐบาลมาก ล่าสุดมีการจับแม่ค้าในตลาดประชานิเวศน์ที่จำหน่ายไข่ไก่ในราคาแพง ในขณะที่ละเลยการจับกุมร้านสะดวกซื้อในภาคตะวันออกที่ขายไข่ไก่ในราคาเท่ากันกับแม่ค้าในตลาดประชานิเวศน์ การเลือกปฏิบัติเช่นนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม ทำให้ลดความน่าเชื่อถือของหน่วนงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลง” สารี กล่าว

สำหรับการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานที่เกิดขึ้น คุณสารี ยังบอกต่อว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้กักตุนเนื้อหมูไว้เพื่อหวังผลด้านราคานั้น ขอเสนอให้ภาครัฐตั้งสินบนนำจับ ที่เชื่อว่าจะลดปัญหาการกักตุนหมูได้เป็นอย่างมาก 

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า โครงการพาณิชย์ลดราคาที่ใช้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท ไม่สามารถช่วยประชาชนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด แต่จะเป็นการบรรเทาปัญหาได้ในระยะสั้นของประชาชน

การแก้ไขปัญหาในภาพรวมนั้น รองนายกฯ ย้ำต่อว่า ต้องใช้ยาอีกขนานหนึ่ง เพราะจับตรงไหนก็มีผลกระทบ ทั้งเนื้อหมู น้ำมันปาล์ม ที่เกษตรกร ต้องการราคาสูงสุด โรงงานก็ต้องการต้นทุนต่ำ หากราคาสูงก็ต้องจำหน่ายแพง กลับกันประชาชนผู้บริโภคก็ต้องการราคาที่ถูกสุด เช่นกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า