ถ้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia ระเบิด! จะเกิดอะไรขึ้นกับยูเครนและยุโรป

มีประเด็นร้อนให้พูดถึงได้ทุกวันสำหรับสงครามระหว่างยูเครน ปะทะ รัสเซีย ซึ่งทาง Reporter Journey ยังคงเกาะติดเรื่องนี้อยู่เพราะถือว่ามีความสำคัญระดับโลก ที่กระทบต่อชีวิตผู้คนในวงกว้างรวมถึงในประเทศไทย

ล่าสุดเกิดการโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Zaporizhzhia ในเมืองซาปอริซเซีย ทางใต้ของประเทศยูเครนซึ่งติดกับคาบสมุทรไครเมียที่อยู่ในการควบคุมของรัสเซีย และพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นพื้นที่สู้รบโดยทหารรัสเซียได้บุกเข้าพื้นที่เมืองดังกล่าวแล้ว

ความน่ากังวลที่ใหญ่หลวงคือ Zaporizhzhia ถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดสุดในยุโรป และติด 1 ใน 10 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 5,700 เมกะวัตต์ต่อวัน และ 20% ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก Zaporizhzhia ถูกส่งไปยังทวีปยุโรป

การโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความกังวลว่า หากไม่สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ทันท่วงที และเกิดการระเบิดขึ้น ความรุนแรงจะมากกว่าเหตุการณ์โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลระเบิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1986 ถึง 10 เท่า ตามการให้ข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน Dmytro Kuleba

ล่าสุดมีรายงานว่า การควบคุมสถานการณ์กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน และยืนยันว่าเตาปฎิกรยังคงปลอดภัย ไม่ได้รับความเสียหาย มีเพียงอาคารสำนักงานด้านหน้าที่เกิดเพลิงลุกไหม้ และได้มีการเพิ่มมาตรการควบคุมสูงสุดในทุกๆ ด้าน พร้อมกับเรียกร้องให้รัสเซียหยุดโจมตีโรงไฟฟ้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Zaporizhzhia เป็นเป้าหมายการโจมตี เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2014 สมาชิกกลุ่มติดอาวุธ 40 คนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของ Right Sector พยายามเข้าถึงพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยชายคนนั้นถูกตำรวจยูเครนสกัดเอาไว้ได้ก่อนจะเข้าไปในส่วนสำคัญ

โรงไฟฟ้า Zaporizhzhia ตั้งอยู่ห่างจากพื่นที่สู่รบของเขต Donbas ประมาณ 200 กม. ซึ่งได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ที่รุนแรงในปี 2014 จากการที่รัสเซียเข้ายึดคาบสมุทรไครเมีย ขณะที่นักสิ่งแวดล้อมแสดงความกังวลอย่างมากว่าโรงไฟฟ้านี้เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งหากมีการสู้รบอย่างหนักและเกิดการโจมตี

บทเรียนที่หลอกหลอนจากการระเบิดของเชอร์โนบิล

เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่เกิดโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ของโลก ในยุคที่ยูเครนยังอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต

ในช่วงก่อนการระเบิดนั้น เชอร์โนบิลมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าราว 1,000 เมกะวัตต์ต่อวัน ซึ่งน้อยกว่า Zaporizhzhia อยู่ 5 เท่า แต่หากใครเคยรับทราบเรื่องราวของเชอร์โนบิลจะเข้าใจว่า เหตุระเบิดครั้งนั้นไม่ได้สร้างผลกระทบในวันที่เกิดการระเบิดเพียงอย่างเดียว ที่คร่าชีวิตพนักงานในโรงไฟฟ้าทันที 34 ราย

แต่ผลกระทบระยะยาวที่ตามมากคือ “กัมมันตภาพรังสี” ผลจากการระเบิดทำให้เกิดขี้เถ้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศ ปกคลุมทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก ยุโรปเหนือ ทางการยูเครน เบลารุส และรัสเซีย ต้องอพยพประชากรมากกว่า 336,431 คน ออกจากพื้นที่อย่างฉุกเฉิน

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็น 1 ใน 2 ครั้งที่ได้รับการจัดความรุนแรงไว้ที่ระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิในปี 2011

อีกทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้นตามมาทำให้พลเรือน คนงาน และทหารมากกว่า 500,000 คน ที่ต้องอพยพย้ายออกจากเมือง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 18,000 ล้านรูเบิ้ล และผลกระทบระยะยาวตามมาคือ โรคมะเร็ง ซึ่งประมาณการว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการระเบิดโดยตรงมากกว่า 600,000 คน และทำให้พื้นที่ในรัศมีโดยรอบเชอร์โนบิลไม่สามารถอยู่อาศัยได้เลยนาน 50 ปี หรือมากกว่านั้น

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเชอร์โนบิลที่มีขนาดกำลังการผลิตน้อยกว่า แต่หากเป็น Zaporizhzhia ที่ใหญ่กว่า 5 เท่า และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากเกิดการระเบิดขึ้นมาผลกระทบจะมหาศาลกว่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นพื้นที่โดยรอบที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประชาชนผู้บริสุทธิ์

ถือว่าเหตุการณ์นี้ได้ส่งสัญญาณบางอย่าง ถึงการถูกเพ่งเล็งการโจมตีไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่อาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศที่ถูกโจมตีได้

ไม่มีใครรู้ว่าเจตนาของการโจมตีนั้นทำเพื่ออะไร แต่หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจริง อาจจะส่งผลทำให้เกิดความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ เหมือนกับที่ญี่ปุ่นโดนนิวเคลียร์ถล่มในช่วงสงครามโลก และเข้าแทรกแซงกิจการภายในของผู้พ่ายแพ้ได้ง่าย เพื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจเช่นเดิม เหมือนที่อเมริกาสามารถเข้าไปแทรกแซงญี่ปุ่นหลังสินสุดสงครามนั่นเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า