ถ้าไม่มี “ชาร์ลส์ เพียร์สัน” โลกใบนี้อาจไม่มีรถไฟฟ้าสายแรกให้บริการ

ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน กลายเป็นโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของคนเมืองที่สำคัญในหลายประเทศทั่วโลก เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ที่ไม่มียานพาหนะส่วนบุคคล ให้สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็วจากอีกมุมหนึ่งไปสู่อีกมุมหนึ่งของเมือง

ในช่วงเวลา 100 – 200 ปีที่ผ่านมา การเดินทางด้วยนวัตกรรมยานพาหนะต่างๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกใบนี้ไปตลอดกาล จากเดิมที่ผู้คนใช้สัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ช้าง หรือม้า ในการเดินทาง หรือลากจูงขนส่ง ทั้ง

“คาร์ล เบนซ์” ทำให้ถนนหนทางเปลี่ยนจากการขี่ม้าไปสู่รถยนต์ เขาคือคนคิดค้นรถยนต์คันแรกๆ ของโลกขึ้นในปี 1885 และมีภรรยาคอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง

“พี่น้องตระกูลไรต์” ก็ได้สร้างเครื่องบินขึ้นมาในปี 1906 เชื่อมโยงผู้คนทั้งโลกเดินทางหากันผ่านท้องฟ้านภากาศ

“เอลิชา โอทิส” ปี 1852 ลิฟต์ไฟฟ้าถือกำเนิดอย่างเป็นทางการโดยเปลี่ยนตึกรามบ้านช่องไม่กี่ชั้นให้สูงเสียดได้

และการมาของระบบโครงข่ายรถไฟใต้ดิน ที่ไม่มีใครคาดคิดว่า ยุคที่ยังต้องใช้ระบบรถจักรไอน้ำที่เต็มไปด้วยควันโขมงจากปล่องควันระหว่างขับเคลื่อน จะถูกนำลงไปวิ่งอยู่ใต้พื้นดินผ่านใจกลางเมืองที่ถือว่ามีความสำคัญ และเป็นศูนย์กลางอำนาจของโลกในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อย่างกรุงลอดดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งถ้าชายผู้นี้ เป็นผู้ผลักดัน ก็อาจจะไม่มีต้นแบบของรถไฟฟ้าใต้ดินถือกำเนิดขึ้นบนโลกก็เป็นได้

บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังการให้กำเนิดรถไฟฟ้าใต้ดิน มีชื่อว่า “ชาร์ลส์ เพียร์สัน” ทนายความและนักการเมืองชาวอังกฤษ 

แต่ก่อนที่จะไปรู้ว่าเขาให้กำเนิดรถไฟฟ้าอย่างไร เราไปทำความรู้จักเขาตั้งแต่ตั้นกันเสียก่อน

ชาร์ลส์เกิดในวันที่ 4 ตุลาคม 1793 ที่เมืองลอนดอน เป็นลูกชายของซาราห์ และโทมัส เพียร์สัน เศรษฐีที่มีความร่ำรวยจากการเป็นช่างทำเบาะและค้าขนนก

ด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัวที่เพรียบพร้อม ชาร์ลส์ได้รับการจัดสรรด้านการศึกษาจากครอบครัวเป็นอย่างดี โทมัสส่งชาร์ลส์ไปใช้ชีวิตนักเรียนที่อีสบอร์น หลังจากนั้นก็กลับมาช่วยกิจการที่บ้าน ซึ่งโทมัสหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชาร์ลส์จะมารับช่วงต่อได้เป็นอย่างดี

แต่ชาร์ลกลับเลือกที่จะไปเรียนต่อในวิชากฎหมาย ก่อนที่จะสอบตั๋วทนายได้ในปี 1916 

1 ปีต่อมา ในปี 1817 ชาร์ลส์ไปทำงานกับ Haberdashers บริษัทค้าผ้าไหมและกำมะหยี่ และยังเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษาสำหรับโรงเรียนต่างๆ ในอังกฤษ ซึ่งชาร์ลส์รับหน้าที่เป็นทนายความขององค์กร

ด้วยความที่ชาร์ลส์เป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในครอบครัวร่ำรวย ซึ่งถือเป็นกลุ่มชนชั้นสูงของของอังกฤษ ในปีเดียวกันนั้นชาร์ลส์ได้รับการยกย่องจากสมาชิกสภาของ City of London Corporation ให้รับหน้าที่ “บิชอปส์ วอร์ด” ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการชั้นสูงในส่วนประตูลอนดอน

และเขานั่งในตำแหน่งนี้อยู่สองครั้งคือระหว่างปี 1817-1820 และ 1830-1836 

ในปี 1839 ชาร์ลส์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความของเมือง ซึ่งในตำแหน่งนี้ เขาทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนลอนดอนเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเติบโตมาในชนชั้นสูง แต่นิสัยส่วนตัวของชาร์ลส์ เขาเป็นคนหัวรุนแรง หลายต่อหลายครั้งเขายอมท้าชนกับอำนาจฝ่ายต่างๆ เพื่อความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง

ยกอย่างเช่น เหตุการณ์คว่ำบาตรชาวยิว ที่มีชาวยิวมากมายได้รับโทษประหารชีวิต และชาร์ลส์ เพียร์สัน เป็นคนที่ก้าวเข้ามาสนับสนุนรื้อถอนนิกาย “เชิร์ชชอฟอิงแลนด์” ที่แต่งตั้งมาจากบิชอร์ปชั้นสูงของอังกฤษ โดยมีกษัตริย์อยู่เบื้องหลังอำนาจในการตัดสินโทษประหารชีวิต

ถึงจุดหนึ่ง ชาร์ลส์เลือกที่จะก้าวเข้ามาในแวดวงการเมืองเต็มตัว ซึ่งเขาได้รับการเลือกตั้งเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในเวลานี้ชาร์ลส์ผลักดันการทำลายการผูกขาดท่อส่งก๊าซจากบริษัทใหญ่ ให้ประชากรเมืองลอนดอนเป็นเจ้าของแทน

แน่นอน ชนชั้นสูงอังกฤษท่านนี้มีแนวคิดหัวขบถ เขาเริ่มสังเกตุว่าลอนดอนเริ่มแออัด และเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว เขาจึงตีพิมพ์แผ่นพับแจกไปทั่วเมืองในปี 1845 เพื่อเรียกร้องให้มีการก่อสร้างรถไฟใต้ดินผ่านหุบเขา Fleet(ย่านชานเมือง) ไปยัง Farringdon(ย่านใจกลางเมือง) 

แน่นอนว่าข้อเรียกร้องของเขาไม่ได้ผล แถมยังได้รับการเย้ยหยัน และเกือบจะล้มเหลวจากข้อบกพร่องทางเทคโนโลยี

 

เพียร์สันจึงกลับมาทำการบ้านใหม่ กระทั่ง 1 ปีผ่านไป คราวนี้เขามาพร้อมกับแรงสนับสนุนใหญ่โดยมี City Corporation อยู่เบื้องหลัง 

ข้อเสนอโครงสร้างรถไฟใต้ดินของเพียร์สันคือสร้างสถานีรถไฟใจกลางลอนดอน ตั้งอยู่บนย่าน Farringdon ซึ่งคาดว่าใช้มูลค่า 1 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 99 ล้านปอนด์ในปัจจุบัน ซึ่งมันจะเชื่อมต่อกับบริษัทรถไฟอีกหลายแห่ง เพื่อส่งเสริมสังคมและอำนวยความสะดวกให้ชาวอังกฤษได้ใช้ระบบคมนาคมราถาถูก และที่อยู่อาศัยคุณภาพดีย่านชานเมือง

แต่มันก็น่าเศร้าที่ข้อเสนอของเพียร์สัน ถูกปัดตกไปอีกครั้ง..

อย่างไรก็ตาม ชาร์ลส์ เพียร์สัน ก็ยังคงเดินหน้าต่อสู้ในความตั้งของตนเอง กระทั่งในปี 1854 ข้อเสนอของเขาได้ถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง

ชาร์ลส์ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม พร้อมกับให้คำอธิบายถึงความแออัดระดับสูงที่เกิดจากรถลากแท็กซี่และรถโดยสารจำนวนมากบนถนน ความแออัดของเมืองเกิดขึ้นจากธรรมชาติการเติบโตของประชากรและพื้นที่โดยรอบ 

นอกจากนี้ รถไฟที่มาจากฝั่งเหนือก็ไม่มีที่เชื่อมต่อเข้าเมือง ซึ่งคนวัยทำงานส่วนใหญ่เดินทางมาจากย่านนั้น มันจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้จราจรเมืองลอนดอนแออัด และมันจะดีมากถ้าหากโครงข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินในลอนดอนถือกำเนิดเป็นทางการ 

เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีหลายแห่งที่ชาร์ลส์เสนอไป มีบางเส้นทางที่ถูกปัดตก แต่สถานีกลางที่ Farringdon(ย่านใจกลางเมือง) ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1854 โดยมีการประมูลเอกชนหลายแห่งเข้ามาดำเนินงาน และได้มีการระดมทุนจากองค์กรและนักลงทุนหลายคนเข้าร่วมในโครงการ

แม้เพียร์สันจะเป็นเพียงผู้ยื่นข้อเสนอ และไม่ได้มีหุ้นส่วนกับบริษัทใดๆ แต่เขาก็ยังใช้อิทธิพลด้านการเมืองของเขา ช่วยหาทุน 1 ล้านปอนด์มาช่วยในโครงการ

ปี 1860 โครงข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินถูกเปิดใช้งานก่อนกำหนด 3 ปี แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังโคงข่ายรถไฟใต้ดินในลอนดอนอย่าง “ชาร์ลส์ เพียร์สัน” ต้องเสียชีวิตลงในปี 1862 

รู้ไหมว่าก่อนหน้านั้น องค์กรที่ถือหุ้นโครงข่ายรถไฟใต้ดินยื่นข้อเสนอเป็นค่าตอบแทนให้กับเพียร์สัน แต่เขากลับปฏิเสธ ซึ่งหลังจากที่เขาเสียชีวิต คุณนายเพียร์สันรับค่าตอบแทนแทนสามีเป็นเงิน 250 ปอนด์ต่อปี

ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟใต้ดินที่ลอนดอน ถือเป็นโครงข่ายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งปีนี้มีอายุครบ 160 ปี โดยมีทั้งหมด 11 สาย 270 สถานี รวมระยะทาง 402 กิโลเมตร และกำลังจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในอนาคต โดยแต่ละมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านคน

นับเป็นต้นแบบของโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าของทุกประเทศทั่วโลกที่ถือกำเนิดตามมาในยุคหลังๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่า ชาร์ลส์ เพียร์สัน กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ในการผลักดันให้ระบบรถไฟใต้ดินเกิดขึนจริง ซึ่งมันถูกพัฒนาและยังคงใช้ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

แต่ก็ยังมีอีกหลายบุคคลที่มีส่วนในประวัติศาสตร์ในการให้กำเนิดระบบราง ซึ่งว่ากันว่าเกิดก่อนคริสตกาลนานหลายพันปี 

แม้ระบบรางจะมีข้อจำกัดด้านการเป็นขนส่งสาธารณะ ไม่ได้เป็นส่วนตัวเหมือนกับรถยนต์ แต่ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ทุกเมืองใหญ่ของโลกก็อาจแออัดไม่ต่างกับลอนดอนก่อนหน้าปี 1860 ก็อาจเป็นได้

แหล่งอ้างอิง

Charles Pearson Farringdon London London transport Church of England

The post ถ้าไม่มี “ชาร์ลส์ เพียร์สัน” โลกใบนี้อาจไม่มีรถไฟฟ้าสายแรกให้บริการ appeared first on Reporter Journey.

The post ถ้าไม่มี “ชาร์ลส์ เพียร์สัน” โลกใบนี้อาจไม่มีรถไฟฟ้าสายแรกให้บริการ appeared first on Reporter Journey.

Generated by Feedzy

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า