ศรีลังกายังมืดมน ปิดโรงเรียน-สถานที่ราชการ งดเติมน้ำมันให้รถของประชาชน จำกัดเดินรถประจำทาง

อนาคตของประเทศศรีลังกายังคงมืดมน ไร้ทางออกจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1972

การขาดแคลนพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งเงินสำรองต่างประเทศที่แทบไม่เหลือเลย ทำให้นายกรัฐมนตรี รานิล วิกรมสิงเห ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจของประเทศได้ล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

ล่าสุดวิฤตยังคงดำเนินต่อไปไม่ทุเลาเบาบางลง ทางการได้สั่งปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ และอนุญาตให้มีการจัดหาเชื้อเพลิงเฉพาะบริการที่จําเป็น เช่น รถพยาบาล รถไฟ และและรถประจำทางเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีกล่าวว่า นี่เป็นความพยายามที่สิ้นหวังที่จะจัดการกับปัญหาการขาดแคลนอย่างรุนแรง

ศรีลังกากําลังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดโดยมีทุนสํารองเงินตราต่างประเทศที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ และเกาะทางตอนใต้ของอินเดียที่มีประชากร 22 ล้านคน กําลังดิ้นรนเพื่อจ่ายค่านําเข้าอาหารยา รักษาโรค และที่สำคัญที่สุดคือเชื้อเพลิง

ภาคอุตสาหกรรม เช่น เสื้อผ้าซึ่งสร้างรายได้มหาศาลในประเทศมหาสมุทรอินเดียเหลือเพลิงเพียงที่จะใช้ได้เพียงแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น

ผู้คนดิ้นรนหนีออกนอกประเทศ

รัฐบาลศรีลังกําลังเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เกี่ยวกับการขอรับเงินกู้เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ แต่หลายคนไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น และความต้องการเดินทางหนีออกนอกประเทศก็เพิ่มขึ้น

กองทัพเรือได้จับกุมผู้ที่พยายามล่องเรือออกนอกประเทศจำนวน 54 คนนอกชายฝั่งตะวันออก ขณะที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามเดินทางหนีออกจากประเทศหลายครั้ง และจับกุมได้จำนวนมาก

อดีตนายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลและเจ้าหน้าที่จนกลายเป็นความรุนแรงทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 300 คน

การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจนําไปสู่การประท้วงระลอกใหม่ ผู้นําฝ่ายค้าน Sajith Premadasa เรียกร้องให้รัฐบาลก้าวลงจากตำแหน่งหากยังไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา

“ประเทศทรุดตัวลงอย่างสมบูรณ์เนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลโกหกประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีแผนที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร”

เพิ่มเวลางดจ่ายไฟฟ้า

คลังน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลเหลือปริมาณสำรองอยู่เพียง 9,000 ตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า หลังจากนี้ยังไม่มีการจัดส่งน้ำมันใหม่มาให้

นายลังกา ไอโอซี ซึ่งเป็นหน่วยงานท้องถิ่นของอินเดียน ออยล์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มีน้ำมันดีเซล 22,000 ตัน และน้ำมันเตา 7,500 ตัน คาดว่าจะมีการขนส่งให้ศรีลังกาได้ประมาณวันที่ 13 กรกฎาคม

ทั้งนี้ศรีลังกาใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 5,000 ตัน และน้ำมัน 3,000 ตันต่อวัน เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการในการขนส่ง

ผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมด้านเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น 30% กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โยฮัน ลอว์เรนซ์ เลขาธิการสภาสมาคมเครื่องแต่งกายร่วมศรีลังกากล่าวว่า มีเชื้อเพลิงเพียงพอเพื่อการผลิตสินค้าเพียง 7 – 10 วันเท่านั้น และต้องกําลังจับตารอดูว่าสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่จะมาถึงหรือไม่ และจะเกิดอะไรขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

หน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของศรีลังกากล่าวว่าประเทศกําลังใช้น้ำมันเตาล็อตสุดท้ายเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหลายแห่งเพื่อให้ประเทศถูกตัดไฟให้น้อยที่สุด การตัดไฟตามกําหนดเวลาจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์จาก 2 ชั่วโมงครึ่งก่อนหน้านี้

แหล่งอ้างอิง

CNN l BBC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า