สงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาทองคำพุ่ง 30,700 บาท ทำนิวไฮเป็นประวัติการณ์

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง ครั้งที่ 1 เปิดตลาดวันนี้ราคาปรับราคาขึ้น 450.-บาท ซึ่งราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก บาทละ 30,700.00 บาท รับซื้อ บาทละ 30,600.00 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ 96.5% ขายออก บาทละ 31,200.00 บาท รับซื้อบาทละ 30,047.12บาท

หลายคนยังจำกันได้ ราคาทองคำช่วงที่ผ่านมามักผันผวนอย่างหนักโดยเกาะอยู่ที่ระดับ 28,000-29,000 บาท ซึ่งสถิติครั้งล่าสุดที่สินทรัพย์ทรงคุณค่าอย่างทองคำ ทำราคาเพิ่มขึ้นไปสุงสุดในประวัติศาสตร์คือวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ด้วยสนนราคา 30,400 บาท (ทองคำรูปพรรณ 30,900 บาท)

หากดูสถิติก่อนหน้านี้ราคาทองคำ ได้ทำขึ้นไปจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ที่ราคา 30,400 บาทต่อบาททองคำ จากสถานการณ์ความตึงเครียดทั่วโลก ทั้งโควิด-19 สงครามการค้า และคลังเก็บสารเคมีระเบิดในเบรุต ประเทศเลบานอน จนมาถึงวันนี้ที่มีปัจจัยความตึงเครียดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ผลักดันให้ราคาทองคำทำสถิติใหม่อีกครั้งหนึ่ง

สถิติย้อนหลัง 10 ปี

  • ปี 2555 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 25,900 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2556 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 24,350 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2557 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 21,150 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2558 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 20,150 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2559 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 22,800 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2560 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 21,200 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2561 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 20,300 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2562 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 22,400 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2563 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 30,400 บาท ต่อบาททองคำ
  • ปี 2564 ราคาทองคำ แตะระดับสูงสุดที่ 28,850 บาท ต่อบาททองคำ

มุมมองของกูรูตัวจริงในวงการทองคำ อย่างคุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานสมาคมผู้ค้าทองคำมมองว่า  แนวโน้มหลังจากนี้จะยังมีความผันผวนอยู่มาก นักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อขายในช่วงนี้ควรจับตาดูข่าวสารสถานการณ์ “ยูเครน-รัสเซีย” อย่างใกล้ชิด 

ขณะที่ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล มองว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นนับตั้งแต่ช่วงเช้าในตลาดเอเชีย หลังมีรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ในยูเครน เนื่องจากกองกำลังทหารของรัสเซียได้เข้าโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่จะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาจนส่งผลกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,929.92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในมุมนักลงทุนเองยังคงวิตกว่าจะมีแนวโน้มยืดเยื้อ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นอีก จนอาจกระต่อการเติบโตเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง(Risk off) ด้วยการเทขายหุ้น พร้อมกับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง ทั้งทองคำรวมไปถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

จึงให้คำแนะนำนักลงทุนทองคำว่า เปิดสถานะซื้อ 1,975-1,958 / จุดทำกำไร ขายเพื่อทำกำไร 2,014 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด 1,958 ดอลลาร์

ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ให้การวิเคราะห์แนวโน้มว่า ราคาจะเคลื่อนไหว Sideways up โดยมีแนวรับ 1,960 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,940 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ และ 2,100 ดอลลาร์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า