อาคม ลั่นเดินหน้าเก็บภาษีทุกชนิด ปีนี้ไม่มียกเว้น คริปโต-ที่ดิน-หุ้น ย้ำไม่ลดภาษีน้ำมัน

“ปัจจุบันสถานการณ์ทั้งการระบาดโควิดและเศรษฐกิจไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว จากนี้ไม่มีความจำเป็นต้องลดภาษีอีก พร้อมให้มีการเก็บภาษีที่ดินเต็มจำนวน เพื่อที่จะไม่กระทบกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา มีการลดหย่อนภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง ทำให้รายได้หายไปจำนวนมากและไม่ได้รับการชดเชยจากสำนักงบประมาณด้วย”

คำอธิบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เปิดเผยถึงการ เดินหน้าจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2565 ซึ่งมีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว ว่าจะไม่มีการลดหย่อน 90% หรือจ่ายภาษีแค่ 10% ของภาระภาษีที่ต้องเสีย เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา

นอกจากการจัดเก็บภาษีที่ดินแล้วนายอาคมก็ยังประกาศเดินหน้าจัดเก็บภาษีซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอเรนซีอีกด้วย ซึ่งมองว่าที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ดำเนินการเก็บภาษีกำไรจากการซื้อขายมาตั้งแต่ปี 2561 แล้ว

แต่การจัดเก็บไม่เป็นประเด็นใหญ่เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้คนยังไม่โดดเข้ามาในสินทรัพย์ดิจิทัลมากนัก ขนาดธุรกรรมยังไม่สูงทำให้ไม่มีปัญหาการเก็บ แต่พอเป็นตัวเลขของปี 2564 ที่ผ่านมา การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก จึงมีผู้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งยืนยันว่าจะทำการจัดเก็บภาษี กำไรจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลปกติ ไม่มีการยกเว้นไปตามการร้องขอของเอกชนรายใดทั้งสิ้น

จะมีเพียงการมอบหมายให้กรมสรรพากร ไปทำสรุปแนวทางการยื่นแบบให้กับผู้เสียภาษีเกิดความสะดวก และถูกต้องมากที่สุดเท่านั้น

ไม่หมดแค่ภาษีคริปโตฯ เท่านั้น อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่หนีไม่พ้นเช่นกัน คือ “ภาษีหุ้น” นายอาคม บอกว่า ตอนนี้กระทรวงกำลังศึกษา และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แต่ยังจะเดินหน้าจัดเก็บอย่างแน่นอน พร้อมเน้นว่า

“เกือบทุกประเทศในโลกมีการเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นทั้งนั้น เพียงแต่จะเก็บรูปแบบไหนเท่านั้น โดยมีการเก็บแบบภาษีธุรกิจเฉพาะเวลามีการซื้อขายเกิดขึ้น เก็บเป็นภาษีอากรแสตมป์ หรือการเก็บจากส่วนที่เป็นกำไรจากการซื้อขายหุ้นก็จะดูรูปแบบที่ทำให้การเก็บง่ายที่สุด”

สำหรับปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่หลายฝ่ายออกมามองว่า หากลดการเก็บภาษีจากราคาน้ำมันที่ซ้ำซ้อน ประชาชนก็จะได้ใช้น้ำมันถูกลงทันทีลิตรละ 2-5 บาท เรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อให้ราคาถูกลงแน่นอน 

รัฐบาลมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรอยู่แล้ว ทั้งยังมีเครื่องมือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกหลักในการดูแลรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้เสริมสภาพคล่องอีก 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการดูแลระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

แต่ก็เปิดช่องไว้ว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิตร จะถูกพิจารณาเป็นทางสุดท้าย ประเทศไทยยังมีทางเลือกน้ำมันจากหลายประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย และอเมริกา ขอรอให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นในจุดที่กองทุนไม่สามารถรับได้ มาตรการภาษีจึงจะเริ่มใช้

หากอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ราคาน้ำมันที่จะมีการใช้มาตรการลดภาษีนั้น นายอาคมมองว่า ให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเสียก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า