เปิดรายได้ธนาคาร 9 แห่ง กำไรปี 64 รวม 1.6 แสนล้าน โตสวนกระแสเศรษฐกิจซบ 33.6%

แม้สถานการณ์โรคระบาดในปี 2564 ที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไปทุกหัวระแหง ธุรกิจน้อยใหญ่ต่างทยอยปิดกิจการไปไม่น้อย แต่มีธุรกิจประเภทหนึ่งที่ยังมีขีดความามารถในการสร้างผลกำไรได้ต่อเนื่อง นั่นคือบรรดากลุ่มสถานบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์

โดยธนาคารพาณิชย์ (BANK) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีอยู่ด้วยกัน 9 บริษัท ได้ทยอยประกาศผลประกอบการออกมาแล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), ธนาคารกรุงเทพ (BBL), ธนาคารกรุงศีรอยุธยา (BAY), ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB), ธนาคารทิสโก้ (TISCO), ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP), ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) และ แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG)

ข้อมูลผลกระกอบการของบริษัทเหล่านี้มีกำไรสุทธิในปี 2564 รวมกันกว่า 160,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 33.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 119,814 ล้านบาท

เริ่มต้นที่ค่าย SCB มีกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 35,599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% ซึ่งนายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ ชูจุดเด่นเรื่องความสามารถการทำกำไรที่ดีขึ้นประกอบกับการตั้งเงินสำรองที่ลดลง

ขณะที่คู่แข่งอย่าง K-Bank ในมือของ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารกสิกรไทย มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 38,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,566 ล้านบาท หรือ +29.05% ซึ่งรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% ราวๆ 7,822 ล้านบาท ด้วยการปล่อยสินเชื่อใหม่ๆ ตามแผนที่วางไว้

ด้านธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ก็ยังคงยืนหนึ่งในเรื่องการทำกำไรโดดเด่นอยู่เสมอ แม้จะถูกค่อนขอดว่าภาพลักษณ์โบราณและพัฒนาเทคโนโลยีค่อนข้างช้า โดยปีนี้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 26,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.3% กอบโกยรายได้จากได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นอีก 6.6% แต่ตัวเลขนี้เป็นการรวมรายได้ของธนาคารเพอร์มาตามา (Permata Bank Indonisia) ด้วย ประกอบกับกดต้นทุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินรับฝาก ทั้งยังมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25.7% โดยเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ บริการประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม 

ธนาคารกรุงศรียุธยา หรือ BAY ภายใต้การนำของแม่ทัพซามูไร นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ยังทำกำไรสุทธิ อยู่ที่ 33,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,754 ล้านบาท หรือ +46.7% ซึ่งตัวกำไรพิเศษมาจากการขายหุ้นในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

 

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb หลังการควบรวมธุรกิจแล้ว ก็ติดเครื่องรีดกำไรกันสุดฤทธิ์ ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิ 10,474 ล้านบาท เติบโต 4% ประกอบกับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 3%

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย หรือ CIMBT ปีที่ผ่านทาก็กวาดรายได้ไปถึง 2,440.6 ล้านบาท หรือ +89.1% ด้วยการขยับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการได้เพิ่มขึ้นกว่า 26.9% 

ส่วน ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ไม่น้อยหน้าเช่นกันเพราะปีที่ผ่านมากำไรสุทธิยังโตได้ 6,781.47 ล้านบาท โตขึ้น 11.8% หลักก็เป็นจุดแข็งของทิสโก้นั่นคือธุรกิจจัดการกองทุน กับรายได้ค่านายหน้าการซื้อขายหุ้นเพิ่มโตอีก 8.1% 

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,318 ล้านบาท เติบโต 23.3% รายได้หลักๆ สำคัญที่โตขึ้นมาจากค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 40.1%

ปิดท้ายกันที่ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ปีนี้ไม่เข้าเป้าเพราะกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,383.72 ล้านบาท ลดลง 32.7%

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า