‘โกตัม อาดานิ’ จากเด็กรับจ้างแยกเพชร เงินแทบไม่มีส่งตัวเองเรียน สู่เศรษฐีอันดับ 2 ของเอเชีย

หากพูดถึงความร่ำรวย ก็คงมีคนรวยจำนวนไม่น้อยที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง จากมรดกต้นตระกูลสร้างเอาไว้ให้อย่างพร้อมสรรพ แล้วตัวเองก็แค่มาต่อยอดความร่ำรวยจากพื้นฐานที่โคตรดีอยู่แล้ว

แต่ก็มีบุคคลที่ร่ำรวยในปัจจุบันอีกไม่น้อย ที่เกิดมาไร้ต้นทุนชีวิต เกิดจากครอบครัวที่ฐานะยากจน แต่คนเหล่านี้ก็กัดฟันสู้กับโชคชะตา ปากกัดตีนถีบ สร้างเนื้อสร้างตัว ไม่มัวมานั่งโทษดินฟ้าอากาศ จนสามารถก้าวข้ามเส้นของความยากจนในวัยเด็ก สู่ชีวิตที่มั่งคั่งในระดับประเทศ ระดับทวีป หรือระดับโลก ซึ่งก็มีตัวอย่างมากมายให้เห็น

หากพูดถึงเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชีย หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นเศรษฐีจากจีนแน่ๆ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจจีนอู่ฟู่มากๆ หรืออาจจะเป็นญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ที่นับว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม

แต่ในความเป็นจริงแล้วมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชียกลับเป็นชาวอินเดียมีชื่อว่า “มูเกซ อัมบานิ” เจ้าของเครือ Reliance ธุรกิจปิโตรเคมี อุตสาหกรรมค้าปลีก และโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย

Inside Mukesh Ambani's iconic Antilia home in Mumbai | Architectural Digest  India
มูเกซ อัมบานิ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของอินเดียและเอเชีย และบ้านของเขาที่เป็นอาคารสูง27 ชั้นของเขาในมุมไบ ที่ชื่อว่า แอนติเลีย มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แน่นอนว่าชาวอินเดียส่วนหนึ่งจากจำนวนประชากร 1,390 ล้านคน ต้องพึ่งพาสินค้าและการบริการจากเครือ Reliance 

นั่นจึงทำให้สินทรัพย์ของมูเกซในปัจจุบันสูงถึง 90,300 ล้านดอลาร์สหรัฐหรือ 2.95 ล้านล้านบาท เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในอินเดีย และรวยที่สุดในเอเชีย ติดอันดับมหาเศรษฐีลำดับที่ 11 ของโลก

แต่แน่นอนว่าไม่มีใครจะรวยค้ำฟ้าอยู่เจ้าเดียว เพราะระดับมหาเศรษฐีแล้วต่างก็อยากจะแข่งกันรวยเพื่อแซงอีกคนที่โค่นบัลลังก์เบอร์ 1 มานานให้ได้ เพราะยังมีเศรษฐีอีกคนหนึ่งที่พยายามเข้ามาแย่งตำแหน่งนัมเบอร์วันของเอเชียอยู่บ่อยๆ เขาผู้นั้นคือ “โกตัม อาดานิ” 

ถามว่าโกตัมทำธุรกิจอะไรถึงรวย เขาเป็นเจ้าของเครือ Adani ธุรกิจถ่านหิน พลังงานสะอาด สนามบิน และอื่นๆ อีกมากมาย

โกตัมถือว่ามีความร่ำรวยมั่งคั่งติดอันดับ 2 ของอินเดียและเอเชีย ติดอันดับมหาเศรษฐีลำดับที่ 24 ของโลก

สิ่งหนึ่งที่โกตัมมีความคล้ายกับมูเกซก็คือ สร้างความร่ำรวยจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทั้งคู่ต่างกันคือ มูเกซเกิดมาบนความมั่งคั่งและสืบทอดธุรกิจจากครอบครัว ในขณะที่โกตัมมาจากครอบครัวค้าผ้าขนาดเล็กทางตอนเหนือของรัฐคุชราต

จริงๆ แล้วพื้นฐานครอบครัวอาดานิอยู่ในระดับกลางๆ ซึ่งโกตัมมีพี่น้องร่วมท้อง 7 คน ทำให้พ่อแม่ต้องค้าขายเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 7 ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และรับการศึกษา

ส่วนตัวโกตัม เขาได้รับการศึกษาจนจบชั้นมัธยมในเมืองอาห์มาดาบัด ซึ่งในช่วงปี 1978 นับเป็นช่วงเวลาที่โกตัมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งใหญ่พอสมควร เขามีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยรูปี และต้องทำงานรับจ้างคัดแยกเพชรให้กับบริษัท Mahendra Brothers เพื่อที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยคุชราต สาขาพาณิชยศาสตร์ 

แต่แล้วใน ปี 1981 ชีวิตของโกตัมที่กำลังอยู่ในช่วงชีวิตการเป็นนักศึกษาปี 2 ก็ต้องจบลงก่อนได้รับใบปริญญา และจำต้องลาออกจากมหาลัย เพื่อมาทำธุรกิจผ่านการเชื้อเชิญของพี่ชาย ซึ่งธุรกิจที่ว่าก็คือการนำเข้า “ไพลีไวนิลคลอไรด์” หรือ PVC และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการค้าขายทั่วโลกของเครือ Adani

Adani Group ในเมืองอาห์มาดาบัด รัฐคุชราต บ้านเกิดของโกตัม

ในปี 1985 โกตัมนำเข้า PVC ที่ไม่ใช่แค่ระดับครัวเรือน แต่ขยับขยายไปยังโพลิเมอร์สำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก 

จากอดีตพนักงานคัดแยกเพชรสู่นักธุรกิจเทรดดิ้ง ก็เริ่มมีความมั่งคั่งในระดับหนึ่ง อุปนิสัยของคนที่จะรวย ไม่ใช่การมัวแต่ทำงานงกๆ แล้วเก็บออมเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียว แต่มันคือการนำเงินไปต่อยอดเพื่อลงทุนในสินทรัพย์หรือกิจการต่าง เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง และสร้างโอกาสทางธุรกิต ซึ่งโกตัมก็ทำเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอุตสากรรมการเกษตร และที่สำคัญคือธุรกิจพลังงาน โดยการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเชื้อเพลิงฟอสซิล

ในปี 1991 อินเดียมีนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ซึ่งมันส่งผลดีต่อบริษัทที่มีการนำเข้าและส่งออก โกตัมคว้าโอกาสนี้ไปสู่การค้าโลหะ สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพิ่มขึ้น

ในปี 1995 เครือ Adani ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลให้ดูแลท่าเรือ Mundra Port ซึ่งถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสู่การเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกของบริษัท

และนับจากนั้น โกตัมก็ได้มีการขยับขยายธุรกิจของเขาอยู่เรื่อยๆ จากได้รับสัมปทานท่าเรือ ก็มาสู่การก่อสร้างท่าเรือด้วยตนเอง จนกระทั่งกลายเป็นท่าเรือภาคเอกชนที่ใหญ่สุดในอินเดีย 

Adani Ports to expand cargo ops, eyes 500 million tonne throughput by 2025  | Marasi News
ท่าเรือ Mundra Port

จากธุรกิจพลังงานเล็กๆ ก็มาสู่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ที่สุดในประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนมูลค่ามหาศาลไปกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เหมือนกับเศรษฐีมูเกซที่กล่าวไว้ในตอนต้น

10 ปีก่อน เครือ Adani เข้าซื้อกิจการท่าเรือ Abbot Point ในออสเตรเลีย และเหมืองถ่านหินในรัฐควีนแลนด์ ซึ่งมันเป็นที่ถกเถียงของผู้คนแถบใกล้เคียงเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ เพราะในช่วงที่ผ่านมาโกตัมประกาศว่า บริษัทจะลุยธุรกิจพลังงานสะอาด และได้มีการประมูลโรงงานผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียในเดือนพฤษภาคม 2020 เป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 ล้านล้านบาท 

ส่วนอีกแหล่งผลิตเงินก้อนใหญ่ของโกตัม นั่นก็คือ ธุรกิจสนามบิน โกตัมลงทุนในธุรกิจนี้ในเดือนกันยายนปี 2020 ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 74% ในสนามบินนานาชาติมุมไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับ 2 ของอินเดีย

และที่น่าสนใน คือในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มูลค่าสินทรัพย์ของโกตัม ก้าวขึ้นมาแซงมูเกซ ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของเอเชียไปชั่วขณะ แต่ไม่กี่วันนับจากนั้น มูเกซก็กลับมาขึ้นแท่นอีกครั้ง ทำให้โกตัมยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์อันดับสองรองจากมูเกซ

Gautam Adani slips to third spot on Asia's rich list - Hindustan Times

แน่นอนว่าอินเดียคือประเทศที่มีคนรวยมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย แต่ก็เป็นประเทศที่มีคนจนมากที่สุดเช่นกัน ด้วยจำนวนประชากรที่ใกล้แตะ 1,400 ล้านคน นั่นทำให้จำนวนคนยากจนในอินเดียมีสัดส่วนที่สูงอย่างมาก และส่วนใหญ่ยังไม่สามารถก้าวข้ามเส้นของความยากจนได้

จากการสำรวจในโครงการ ‘Rapid Survey On Children’ โดยกระทรวงพัฒนาเด็กและสตรีอินเดียในปี ค.ศ. 2013-2014 พบว่า วัยรุ่นอินเดียจำนวนถึงร้อยละ 50 ไม่สามารถจบการศึกษาระดับมัธยมได้ ขณะที่นักเรียนจำนวนกว่า 20 ล้านคน ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนชั้นอนุบาลในระบบเสียด้วยซ้ำ

ขณะที่ข้อมลขององค์การสหประชาชาติระบุว่า นิยมของคนจนคือผู้เลี้ยงชีพตัวเอง ด้วยรายได้ไม่ถึงวันละ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 40 บาทต่อวัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียใต้ รวมทั้งประเทศทางตอนล่างของแอฟริกา นอกจากนี้คนยากจนร้อยละ 32.9 หรือประมาณ 1 ใน 3 อยู่ในประเทศอินเดีย

สภาพความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของอินเดียที่องค์กร Oxfam เคยสำรวจพบว่า ในปี 2020 มีคนรวยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นแต่สามารถครองความมั่งคั่งเกือบร้อยละ 74 ของประเทศ

Setting a High Bar for Poverty in India - The New York Times

อย่างไรก็ตามแม้อินเดียจะจัดเป็นประเทศที่มีปัญหาความยากจนสูง แต่กลับเป็นประเทศแห่งโอกาส เนื่อจากการมีจำนวนประชากรที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก ย่อมเป็นตลาดการค้าที่สำคัญ รวมทั้งกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ กำลังค่อยๆ ทำให้ประชาชนมีรายได้ที่สูงขึ้น และคนอินเดียมีความเป็นพ่อค้า หรือนักธุรกิจอยู่ในสายเลือดสูงไม่ต่างจากคนจีน ดังนั้นโอกาสที่คนๆ หนึ่งจะพัฒนาตัวเองจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยจึงมีอยู่อย่างไม่จำกัด แต่มันก็ต้องพบกับคู่แข่งอีกมากมายที่พร้อมจะสู้ในสนามเดียวกัน

แหล่งอ้างอิง
ฺBloomberg Wikipedia Forbes Forbes Wikipedia

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า