โลกกำลังจะประสบกับวิกฤตขาดแคลนอาหาร ครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สิ่งที่ทั่วโลกกังวลมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโรคระบาดครั้งใหญ่คือ “วิกฤตขาดแคลนอาหาร”

จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ระบุว่า ในปี 2019 ประชากรโลก 2,000 ล้านคน หรือ 25.9% ของประชากรโลก กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหาร

ขณะที่ประชากรโลกมากกว่า 135 ล้านคน ได้เข้าสู่ภาวะอดอยากในปี 2019 แล้ว

ส่วนข้อมูลของโครงการอาหารโลกระบุชัดเจนว่าในปี 2020 ประชากรโลกขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 265 ล้านคน

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการระบาดใหญ่นี้ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้โลกขาดแคลนอาหารมากกว่าเดิม มิหนำซ้ำ เมื่อโลกเปิดศักราช 2022 มาได้เพียงไม่กี่เดือน ก็ต้องเผชิญกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะจบลงอย่างไร

สงครามในยูเครน ทำให้เกิดมาตรการคว่ำบาตรจากหลายๆ ชาติต่อรัสเซียเพิ่มมากขึ้น

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการออกคำสั่งห้ามส่งออกอาหารเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งครอบคลุม 35 ประเทศที่มีการกำหนดนโยบายใหม่ 53 ครั้งที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าอาหาร

โดยในจำนวนนี้ห้ามส่งออก 31 รายการ และอีก 9 รายการเกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกข้าวสาลี ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะถ้าเปรียบเทียบราคาข้าวสาลีในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าวิกฤตอาหารโลกรุนแรงขึ้น ทำให้ข้าวสาลีมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 30%

แน่นอนว่าวิกฤตอาหารเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับทุกคน เพราะเราซื้ออาหารในราคาที่แพงกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันมันกำลังทำให้กลุ่มคนยากจนในประเทศที่เปราะบางได้รับผลกระทบมากกว่าผู้คนในประเทศที่ซื้อของแพง

เหตุผล 2 ประการที่ทำให้กลุ่มประเทศยากจนน่าเป็นห่วง

ประการแรก ประเทศที่ยากจน มักจะเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหาร

ประการที่สอง อาหารคิดเป็นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือนในประเทศที่มีรายได้ต่ำ

ในปี 2008 วิกฤตขาดแคลนอาหารทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในเด็ก หลายครัวเรือนจำใจต้องจำนำทรัพย์สินมีค่าของครอบครัวเพื่อมาซื้ออาหาร

งานวิจัยบางชิ้นที่พบว่า อัตราการออกจากโรงเรียนนั้นสูงถึง 50% ในกลุ่มเด็กจากครัวเรือนที่ยากจนที่สุด และเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจแบบนั้นไม่สามารถย้อนกลับมาได้อย่างง่ายดาย

ตัวอย่างของสินค้าสำคัญอย่างข้าวสาลี การส่งออกและนำเข้าในปัจจุบันครอบคลุมประมาณ 21% ของการค้าข้าวสาลีทั่วโลก ซึ่งยังไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตในปี 2008

แต่ทว่าเงื่อนไขต่างๆ ของโลกกำลังสุกงอม มาตรการทางการค้ามีผลกระทบโดยตรงต่อราคาอาหาร รัสเซียจำกัดข้อกำหนดในการส่งออกข้าวสาลีไปยังกลุ่มประเทศนอกสหภาพยูเรเซีย (ยูเรเซียคือกลุ่มประเทศระหว่างยุโรปกับเอเชีย)

ผู้ส่งออกรายย่อย เช่น เซอร์เบียและมาซิโดเนียเหนือ ก็ได้กำหนดข้อจำกัดการส่งออกเช่นกัน ในขณะที่ประเทศผู้นำเข้าอาหารอย่างอียิปต์ ซึ่งนำเข้าข้าวสาลีมากถึง 80% จากรัสเซียและยูเครน ซึ่งมาตรการนี้เพียงอย่างเดียว ครอบคลุมสินค้าโลกถึง 16% และมีส่วนทำให้ข้าวสาลีราคาพุ่งขึ้นถึง 7%

การแทรกแซงทางการค้าด้วยมาตรการต่างๆ ในเดือนมีนาคม มันคือสัญญาณที่หยุดชะงักอุปทานการค้าโลกในอนาคต ข้อจำกัดการส่งออกอาหารในเดือนมีนาคมคิดเป็น 2 เท่า ของตัวเลขใน 2 เดือนก่อน

ยิ่งมีการแทรกแทรงทางการค้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สินค้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น เมื่อราคาในประเทศได้รับการกดดัน มันทำให้เกิดผลกระทบทวีคูณต่อราคาต่างประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจ หากผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ 5 อันดับแรกของโลก มีมาตรการห้ามส่งออก ผลลัพธ์ที่ออกมาคือราคาต่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างน้อย 13% และจะมากกว่านั้นหากไม่ใช่แค่ 5 ประเทศ

อย่างไรก็ดี วิกฤตอาหารทั่วโลกไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าราคาอาหารทั่วโลกจะพุ่งแรงเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมา แต่ข่าวดีก็ยังมี เพราะสต็อกสินค้าทั่วโลกของวัตถุดิบ 3 อย่าง ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน

เร็วๆ นี้ ในการประชุมของกลุ่ม G7 ได้ดำเนินขั้นตอนสำคัญโดยให้คำมั่นว่าจะไม่บังคับใช้มาตรการส่งออกอาหาร และใช้กลไกทั้งหมดที่มี เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของโลก

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมืองเพิ่มขึ้นเช่นนี้ นี่คือโอกาสในการกำหนดนโยบายการส่งออกอาหารของประเทศอุตสาหกรรมอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อพลเมืองโลก

เพราะมันไม่ใช่แค่การก้าวไปก่อนชาติมหาอำนาจ 1 ก้าว แต่มันยังช่วยหลีกเลี่ยงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากสงครามในยูเครนได้ดีมาก

แหล่งอ้างอิง
World Bank Barrons

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า