INTERVIEWS INTERVIEWS & PEOPLE

“ปอย ตรีชฎา” เบื้องหลังผู้ร่วมพัฒนาท่องเที่ยว “เมืองเก่าภูเก็ต” ใช้ชื่อเสียงที่มีเพื่อสร้างประโยชน์กับชุมชนจนเป็นรูปธรรม

การพัฒนาและอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นของย่านเมืองเก่าภูเก็ตใน ที่ถูกพลิกฟื้นให้สวยงาม จากเดิมที่ดูเก่าซอมซ่อไร้การเหลียวแลมานาน จนกลายมาเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดที่ใครไปใครมาก็ต้องมาเยือน เป็นแหล่งท่องเที่ยวและค้าขายสำคัญที่ยังคงรักษารากเหง้าและเสน่ห์ของตัวเองเอาไว้

หนึ่งบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงศิลปะของเมืองเก่าภูเก็ตให้เป็นจริงและบูมขึ้นมาได้นั้น หลายคนคงนึกไม่ถึงแน่ว่าจะเป็นนักแสดงสาวสวยที่ชื่อว่า “ปอย ตรีชฎา” ซึ่งแม้เธอจะเป็นชาวจังหวัดพังงา แต่ชีวิตในวัยเด็กนั้นเธอได้มาอยู่อาศัยและเล่าเรียนที่จังหวัดภูเก็ต จนภูเก็ตกลายเป็นบ้านที่เธอผูกพัน

ทุกคนรู้ว่าปอยได้มีโอกาสไปทำงานที่ฮ่องกง และประเทศจีนในฐานะนักแสดงไทยที่โกอินเตอร์ และเธอกลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแดนมังกรเช่นกัน ชื่อเสียงความโด่งดังของเธอกลายมาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมืองภูเก็ต จากโปรเจคเล็ก ๆ ในความคิดของปอยที่ต้องการช่วยเหลือบ้านของตัวเองจากวิกฤตการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น

หากใครจำเหตุการณ์ที่มีเรือนำเที่ยว “ฟีนิกซ์ พีซี ไดวฟ์วิง” ล่มในทะเลบริเวณ เกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตเกือบ 50 ราย กระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศไทยทันที นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เป็นตลาดใหญ่ขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการท่องเที่ยว

ปอยให้สัมภาษณ์ในรายการ “สตรีมีคลาส” โดยมี “จ๋า ยศสินี” และ “โมเม นภัสสร” เป็นพิธีกรว่า

“ตอนนั้นทุก ๆ คนก็รู้ว่าปอยทำงานกับประเทศจีน ปอยมีสิทธิ์ที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาได้ แต่พอมีคนเข้ามาหาปอยแบบนี้ ปอยกลับมองว่ามันไม่ตอบโจทย์เลยนะที่จะให้ปอยไปเป็นพรีเซนเตอร์ หรือให้ปอยพูดภาษาจีนแล้วชวนคนเข้ามา ปอยเชื่อว่ามันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ 100% มันจะแก้ไขได้นิดเดียว”

“ปอยกลับมองภาพในการทำงานข้างหลังในการบริหารจัดการว่าอะไรที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้จริง ๆ ปัญหาหลักก็คือว่า 1.นักท่องเที่ยวไม่เชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัย อย่างที่ 2 ก็คือการสื่อสารที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาไม่พอใจ 3.ก็คือเรื่องของสัญลักษณ์ และการสื่อสาร การให้ข้อมูลทั้งหมดว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องกันแน่น”

ขยายความเรื่องความไม่พอใจของชาวจีน

ในเวลานั้นรัฐบาลก็ดันปากไม่ดีไปพูดว่า “คนจีนเป็นเป็นคนนำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวเขา เขาทำของเขาเอง เขาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เราจะให้ไปเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างไร”

ซึ่งเป็นคำพูดของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกนักข่าวถามในขณะนั้น ถึงมาตรการเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว จนกลายเป็นกระแสความไม่พอใจของชาวจีนและรัฐบาลจีน กระทบภาพรวมการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง แพคเก็จทัวร์ โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ถูกยกเลิกเป็นจำนวนมาก จนสุดท้ายก็ต้องออกมาขอโทษขอโพยกันและจัดงานเรียกนักท่องเที่ยวให้กลับมานั่นเอง

“พอปอยรู้ว่าอะไรที่เป็นปัญหาหลัก และเราทำงานกับคนจีนจนเราเข้าใจว่าพฤติกรรมของเขาว่าข้างในของเขาคิดอะไร และเราควรจะตอบโจทย์และควรสื่อสารในช่องทางไหน หรือในกลยุทธ์ไหนที่เขารู้สึกว่า โอเคสบายใจและมา”

“เราก็มีโมเดลอยู่ตรงนี้ในใจ แล้วเราก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ ใครที่จะเอาโมเดลนี้ไปในทางเชิงปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรม ดิฉันคิดถึงรัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ ดิฉันก็หาเลยว่าใครจะรู้จักท่านรัฐมนตรี และฉันจะเสนอโครงการนี้ให้ท่านและให้ท่านทำ”

“ฉันก็พยายามเสนอ เสนอ จนกระทั่งมีคนหนึ่งรู้จักกับเลขาฯ ท่านรัฐมนตรี เพราะความรู้สึกที่อยากจะช่วยภูเก็ต จริง ๆ ถ้าตอนนั้นฉันเห็นแก่ตัว ฉันไปเป็นพรีเซนเตอร์รับเงินก็จบแล้วใน 1 วัน…เลขาก็โทรกลับมาแล้วก็บอกว่าจะรับเรื่องเอาไว้ แต่ก็ไม่มั่นใจ เพราะว่ามีคนติดต่อท่านเยอะมาก”

“และมันแปลกมาเลยนะที่อีดาราที่ไหนจะไปติดต่อ มันต้องเป็นหน่วยราชการใช่เปล่า? สุดท้ายพอฉันเสนอเข้าไปผ่านมาได้ประมาณเดือนนึง อยู่ ๆ ดี ขณะที่ฉันกำลังกินกุ้งเผาอยู่ที่อยุธยากับเพื่อนฉัน ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามา ฮัลโหล…ผม ‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา…” ปอยบอกว่ากุ้งเผาหล่นเลยจ้า แล้วก็ต้องเดินออกไปคุยโทรศัพท์แบบงงๆ พูดผิดพูดถูกกันเลยทีเดียว

“ฉันไม่คิดว่าฉันจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ ท่านโทรมาบอกว่า ผมต้องการที่จะคุยก่อนนะครับ ปอยจำได้ว่าปอยพูดอยู่ประมาณ 10 นาทีโดยที่เป็นสัญชาตญาณแบบเร็วๆ ด้วย หลังจากนั้นท่านก็ทำการนัดหมายแบบเป็นทางการที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เลย แล้วก็เอารายงานการเก็บข้อมูลไปซึ่งเป็นรายงานที่เป็นคนท้องถิ่นทำ ซึ่งเป็นหนังสือที่ใช้อ่านใช้เรียน แต่พอฉันอ่านปุ๊บ…โอ้ว! นี่มันจะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูเก็ตเลย”

“หลังจากนั้นดิฉันก็นำไปสู่ที่ประชุมในกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สุดท้ายสิ่งที่ได้ทำทั้งหมดก็เกิดขึ้นเป็นโปรเจค ภูเก็ตที่เป็นเมืองเก่า ที่ปอยเป็นคนทำตอนแรก ก็ได้เป็นอันดับ 1 ในการประกวดของการท่องเที่ยวฯ ของทั้งประเทศ และท่านก็ส่งมาบอกว่า เป็นเพราะปอยคนแรกที่พาผมไปรู้จักที่นี่”

“และตอนนั้นก็ทำให้ PHUKET Heritage Town (เมืองมรดกภูเก็ต) เป็นที่รู้จักขึ้น และก็สร้างการกระตุ้นเด็กรุ่นใหม่ให้เห็นถึงคุณค่าตรงนี้ เพราะนี่คือรสนิยมที่ดีนะ คนเที่ยว Art คือคนมี Taste นะ แต่ทีนี้เราจะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยน Contemporary Art (ศิลปะร่วมสมัย) ให้เป็น Authentic Art (ศิลปะดั้งเดิม) อะไรที่จะสร้างมาเป็นคัมภีร์ให้ได้ ซึ่งเราก็ทำกันเยอะมา อาจารย์สถาปัตย์จุฬาฯ อาจารย์ทุกอย่างพาไปภูเก็ต

“จนวันนี้เราก็ภูมิใจว่า วันนี้มันประสบความสำเร็จ มีคนเข้ามาเห็น มีงบประมาณเข้ามาทำ โดยที่ปอยก็อยู่เบื้องหลัง ไม่จำเป็นต้องออกหน้า ไม่จำเป็นและไม่ควรเลย เพราะปอยรู้สึกว่ามันไม่เหมาะ บางสิ่งบางอย่างเราต้องรู้ตัวเองด้วยนะว่ามันไม่เหมาะ ถึงบางคนบอกว่าเหมาะ แต่เรารู้ตัวว่าไม่เหมาะ อย่าให้ปอยเป็นนักการเมืองนะ…ไม่เหมาะ” ปอยกล่าวทิ้งท้าย

นี่คือบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงเก่งที่อยู่เบื้องหลังของการร่วมอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของภูเก็ต ที่เป็นรากเหง้าจากบรรพบุรุษ ซึ่งปอยก็ไม่เคยโฆษณาที่ไหนว่าตัวเองทำตรงนี้ เพราะเธอพร้อมที่จะช่วยทำงานอย่างจริงจังกับทีมงานเบื้องหลังทุก ๆ คน ซึ่งผลของความตั้งใจจริงกลับกลายมาเป็นการสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้กับเมืองที่เธอรัก และเป็นหนึ่งความสำเร็จในการรักษาอัตลักษณ์ของเมืองภูเก็ตเอาไว้ได้นั่นเอง

แหล่งอ้างอิง
หากใครอยากรับชมคลิปสัมภาษณ์ >> https://youtu.be/8M67hA6aFGU?t=1254

%d bloggers like this: