EDITORIAL HISTORY SOCIAL

The Kingmaker แด่ลูก ผัว และตัวฉันเอง… “อีเมลดา มาร์กอส” น้อยครั้งที่แถบอาเซียนจะมีใครยอมทำแบบสารคดีนี้

เข้าโรงฉายมาสักพักใหญ่แล้วสำหรับภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติอดีตสตรีหมายเลข 1 ของประเทศฟิลิปปินส์ “อีเมลดา มาร์กอส” ภรรยาของผู้นำเผด็จการแห่งยุค “เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมโทรมของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่ครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองที่สุดกว่าใคร

ผมได้มีโอกาสได้ชมภาพยนต์สารคดีเรื่องนี้แล้วเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา แล้วกะว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับสารคดีเรื่องนี้ให้ได้อ่านกันว่า ทำไมถึงต้องไปดูให้ได้…ซึ่งมันคือการเขียนออกมาจากใจว่าอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ไปดูจริง ๆ ไม่ใช่การรับเงินจากโรงภาพยนตร์มาเขียนรีวิวให้คนไปดู

อีเมลดา มาร์กอส ภรรยาอดีตประธานาธิบดีฟิลลิปินส์ เฟอร์ดินาน มาร์กอส

ไม่บ่อยครั้งที่จะมีสารคดีซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศในแถบอาเซียน ถูกนำเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์ ฉายให้คนทั่วโลกได้ดู เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันก็คือ เสรีภาพในการนำเสนอเรื่องราวทางการเมืองในประเทศแถบนี้ค่อนข้างไม่ให้อิสระในการถ่ายทำ โดยเฉพาะประเด็นที่อ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศจากผลของการกระทำของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เคยทำอะไรไว้กับประเทศชาติจนยากที่หลายคนจะให้อภัย รวมทั้งมันอาจเป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาลได้หากถูกตีความไปในทิศทางนั้น ซึ่งนี่ถือเป็นความกล้าของทีมถ่ายทำสารคดีที่หยิบยกตัวละครในความขัดแย้งระดับชาติของฟิลิปปินส์ มาถ่ายถอดเรื่องราวผ่านตัวเจ้าของเรื่องเอง และเป็นความกล้าที่อีเมลดาเองก็ยอมเล่าเรื่องราวที่ดูแล้วมันขัดแย้งกับสิ่งที่เธอเชื่อออกสื่อแบบนี้

ลอเรน กรีนฟิลด์ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีมือรางวัล ที่สร้างชื่อเสียงจากภาพยนตร์สารคดีแซ่บๆ อย่าง The Queen of Versailles (2012) และ Generation Wealth (2018) ซึ่งพาคนดูเข้าไปฟังและคลุกคลีกับวิถีชีวิตของคนอภิมหารวย ที่บางทีก็ดูปลอมเปลือกจนน่าพิศวง บางทีก็ดูน่าเศร้าน่าปวดใจ แต่สุดท้ายมันคือคือชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเธอเองก็กังวลเกี่ยวกับตัวของอีเมลดา ว่าเธอจะมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะของการเตี้ยมบทพูด ว่าต้องพูดแบบนี้ แต่พอวันที่ต้องเข้าไปคลุกคลีเพื่อสัมภาษณ์จริง ๆ กลับกลายเป็นว่าเธอเล่าเรื่องราวของเธอได้อย่างราบรื่น และพร้อมตอบในทุก ๆ คำถามที่ลอเรนถาม

อีเมลดา มาร์กอส ภรรยาอดีตประธานาธิบดีฟิลลิปินส์ เฟอร์ดินาน มาร์กอส

ที่สำคัญเธอมีความเชื่อว่า สิ่งที่มาร์กอสสามีของเธอผู้เป็นอดีตประธานาธิบดีทำในช่วงที่ยังเรืองอำนาจอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องผิด เธอว่าเขาทำถูกต้องแล้วที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกยาวนาน 9 ปี แถมยังบอกว่าประชาชนในยุคของมาร์กอสต่างกินดีอยู่ดี มีความสุข ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมที่ประเทศฟิลิปปินส์ในเวลานั้นเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และความแร้นแค้น รวมทั้งการที่ประชาชนออกมาขับไล่ครอบครัวของเธออกจากทำเนียบประธานาธิบดีมาลากันยัง จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ฮาวายก็เป็นอำนาจของฝั่งตรงข้ามที่อิจฉาครอบครัวของเธอ

สารคดีเรื่องนี้ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบ Cinéma verité คือการเล่าเรื่องราวจากบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะอีเมลดาจะเล่าเรื่องที่มุมมองของเธอมองว่าดีหรือสวยงาม ทำให้หนังต้องใช้วิธีการนำภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาทำให้เกิดความขัดแย้งกับสิ่งที่อีเมลดาพูด รวมทั้งการไปสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ตรงข้ามกับความคิดของเธอเพื่อมาโต้กลับในสารคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวภาพยนตร์ทำได้สนุกและน่าสนใจมาก

ลอเรน กรีนฟิลด์ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี

ที่สำคัญไม่ใช่มีแค่อีเมลดาเท่านั้นที่มานั่งเล่าเรื่องราวของเธอ ยังมีบุคคลสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ที่ยอมให้สัมภาษณ์แบบหมดเปลือกเพื่อโต้กลับต่อสิ่งที่อีเมลดาพูด เช่น เบนิกโน อากีโนที่ 3 ประธานาธิบดีคนที่ที่แล้วของฟิลิปปินส์ ลูกชายของเบนิกโน นินอย อากีโน จูเนียร์ ผู้ล่วงลับจากการถูกสังหารเสียชีวิตคาสนามบินนานาชาติกรุงมะนิลาจากมือปืนที่ซัดทอดไปยังครอบครัวของมากอสว่าเป็นผู้จ้างวาน

บอง บอง มาร์กอส อดีตสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ลูกชายของอีเมลดา ผู้ที่ถูกวางตัวเอาไว้ว่าจะเป็นคนที่ทำให้ตระกูลมาร์กอสกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

บอง บอง มาร์กอส อดีตสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ลูกชายของอีเมลดา

รวมไปถึงนักสิทธิมนุษยชน อดีตผู้สื่อข่าว ที่เคยถูกอำนาจมืดของตระกูลมาร์กอสทำร้าย หรือเพื่อนเก่าของครอบครัวมาร์กอส ผู้รับจ้างจับสัตว์ป่าจากแอฟริกามาทำสวนสัตว์ของตระกูลมาร์กอส รวมทั้งชาวบ้านที่ทั้งชื่นชอบและไม่ชอบตระกูลมาร์กอส ซึ่งได้รับผลกระทบที่ต่างกัน ทำให้สารคดีนี้มีความกลมของข้อมูลและไม่เอนเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

ที่สำคัญการเกาะติดถ่ายทำสารคดีนี้ยังได้เห็นความเคลื่อนไหวของตัวละครต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบอีเมลดาที่มีภารกิจการหาเสียงเลือกตั้งรองประธานาธิบดีซึ่งบองบอง ลูกชายของเธอก็ลงชิงตำแหน่งนี้ด้วย ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของการเมืองฟิลิปปินส์อย่างแท้จริง ซึ่งหมายความว่าระยะเวลาในการเกาะติดถ่ายทำสารคดีนี้ ใช้เวลานานร่วม 4 ปี เพื่อเก็บรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ

หลายคนที่เคยอ่านประวัติศาสตร์ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตระกูลมาร์กอส แต่ไม่เคยเห็นภาพว่ามาร์กอสมีทรัพย์สินมากขนาดไหนจากการที่ยักยอกทรัพย์ก็จะได้เห็น ทั้งตึกสูง 29 ชั้นในมหานครนิวยอร์กที่อีเมลดาซื้อเอาไว้ รองเท้าสตรีหลายพันคู่ที่เป็นของที่เธอสะสม รวมทั้งกองเอกสารการถูกดำเนินคดีจากศาลทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องใช้ห้องกว้าง ๆ ห้องหนึ่งเพื่อเก็บเอกสารเหล่านี้

เฟอร์ดินาน มาร์กอส และ อีเมลดา มาร์กอส

อย่างไรก็ตามสารดีได้ฉายให้เห็นภาพของการเมืองในประเทศนี้ที่แม้ว่าฟิลิปปินส์เคยเกือบล่มสลายเพราะมาร์กอส แต่สำหรับคนที่ยังรักและภักดีต่อตระกูลมาร์กอสก็ยังอยากให้ตระกูลนี้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ฐานเสียงของตระกูลมาร์กอสยังคงเหนียวแน่น และเชื่อว่าตระกูลมาร์กอสไม่ผิด และพร้อมสนับสนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายต่อฟิลิปปินส์อย่างมากหากตระกูลนี้ได้กลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง

สุดท้ายแล้วแม้จะผ่านไปนานขนาดไหนก็ตามอำนาจต่าง ๆ ที่เคยสร้างเอาไว้ก็ไม่มีทางหายไปได้ทั้งหมด แม้แต่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่าง โรดริโก ดูเตร์เต ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมาร์กอส และเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับดูเตร์เตในการหาเสียงเลือกตั้งจนสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ โดยจุดมุ่งหมายก็คือใช้เป็นบันไดเพื่อให้บองบองก้าวขึ้นสู่อำนาจ และสานต่อความยิ่งใหญ่ของตระกูลมาร์กอส โดยเบื้องหลังการผลักดันทั้งหมดนั้นก็มาจากเธอคนนี้ อีเมลดา มาร์กอส นั่นเอง

กองสำนวนคดีที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ และรัฐบาลประเทศต่างๆ ได้ฟ้องร้องตระกูลมาณกอส

ใครที่ยังไม่ได้ดูแนะนำว่าลองเปิดใจไปดูนะครับ เป็นภาพยนต์สารคดีที่ดูง่าย สนุก และได้เห็นประวัติศาสตร์การเมืองของเพื่อนบ้านอาเซียนที่น้อยครั้งจะมีสารคดีแบบนี้ออกมาให้ได้ดูกัน ที่สำคัญไม่น่าเบื่อไม่ง่วงด้วย คอสารคดีไม่ควรพลาด

“ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่แม่ของคนฟิลิปปินส์ แต่ของคนทั้งโลก ไม่มีใครหยุดฉันได้”

The Kingmaker แด่ลูก ผัว และตัวฉันเอง… “อีเมลดา มาร์กอส”

ตัวอย่างภาพยนต์สารคดี

%d bloggers like this: