EDITORIAL SOCIAL

“มหาเธร์” ติดโผรายชื่อ ‘กลุ่มหัวรุนแรงที่อันตรายที่สุดในโลก’ ควบคู่กับกลุ่มก่อการร้ายเลื่องชื่อ ISIS

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดร.มหาเธร์โมฮัมหมัด ได้รับการเสนอให้อยู่ในลิสต์รายชื่อ “กลุ่มหัวรุนแรงที่อันตรายที่สุดในโลก” ในการจัดอันดับของ Counter Extremism Project (CEP)  องค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งในผลจัดอันดับนี้มี นายมูฮัมหมัด ซาอิด อับเดล-ราห์มาน อัล-มอว์ลา ซึ่งเป็นกาหลิบหรือผู้นำทางศาสนาของกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม ISIS

โดยมหาเธร์ รัฐบุรุษแห่งมาเลเซียติดอันดับที่ 14 ในรายชื่อกลุ่มหัวรุนแรงที่อันตรายที่สุด 20 อันดับแรกของโลก โดยผู้ที่อยู่ในอันดับแรกคือ นายฮัสซัน นาสรัลลาห์ เลขาธิการกลุ่มชาวปาเลสไตน์เฮซบอลเลาะห์

ตามรายงานระบุว่า มหาเธร์ต่อต้านยิวและเป็นนักวิจารณ์ตะวันตก คำพูดของเขาที่แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนต่อโจมตีของผู้ก่อการร้ายมุสลิมในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมปี 2020 ว่าชาวมุสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศส

ภัยคุกคามขนาดใหญ่ต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

CEP ซึ่งเป็นมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่า รายชื่อดังกล่าวมีรายชื่อบุคคลที่ “ถือเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ” รายชื่อนี้เป็นของกลุ่มหัวรุนแรงที่มีอุดมการณ์และความเชื่อหลากหลายกลุ่ม ก่อตั้งในปี 2014 ดำเนินการโดยอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีภารกิจคือการต่อสู้กับลัทธิหัวรุนแรงทั่วโลก

“ถึงแม้ว่ามหาเธร์ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อการกระทำความรุนแรงที่เฉพาะเจาะจง แต่อย่างไรก็ตามความคิดเห็นที่ขัดแย้งและรุนแรงของเขาได้นำไปสู่การประณามจากนานาชาติ เนื่องจากมีการกล่าวหาว่ามหาเธร์สนับสนุนความรุนแรงของกลุ่มหัวรุนแรงต่อชาติตะวันตก” CEP กล่าวต่อสำนักข่าว Today Online ที่เผยแพร่จากสิงคโปร์

ซามูเอล แพตตี ครูชาวฝรั่งเศสที่ถูกมุสลิมหัวรุนแรงสังหาร

อดีตผู้นำวัย 95 ปีกล่าวว่า ชาวมุสลิมมีสิทธิที่จะ “สังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคน แบบเดียวกับที่ฝรั่งเศสเคยสังหารหมู่ผู้คนหลายล้านคนในอดีต” ความคิดเห็นที่ขาดความรับผิดชอบเกิดขึ้นหลังจากการสังหารนายซามูเอล แพตตี ครูชาวฝรั่งเศสในเรื่องการนำเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอบโด (Charlie Hebdo) ที่มีการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลาม มาเป็นหนึ่งในสื่อการสอนเพื่อให้เกิดการถกเถียงวิเคราะห์กันในชั้นเรียน จนมีเด็กนักเรียนในชั้นที่เป็นมุสลิมนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ จนเกิดความแค้น ก่อนเรื่องราวจะเผยแพร่ออกไปจนมีถึงผู้ก่อเหตุ ที่วางแผนเดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อฆ่าครูคนนี้ถึงกรุงปารีส

รวมทั้งเหตุการณ์ที่มือมีดฆ่าคน 3 คนที่โบสถ์นอเทรอดามของเมืองนีซทางใต้ของฝรั่งเศส โดยเหยื่อรายหนึ่งโดนเชือดคอ คนร้ายร้องตะโกนสรรเสริญพระอัลลอฮ์หลายครั้งแม้กระทั่งขณะรักษาแผลภายหลังโดนจับกุม ทางการฝรั่งเศสสอบสวนคดีนี้เป็นคดีก่อการร้ายโดยพวกนักรบญิฮาด แต่มหาเธร์ไม่ได้อ้างอิงถึงเหตุการณ์นี้ และแม้ว่ามหาเธร์จะอธิบายว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการสังหาร แต่ความคิดเห็นของเขาก็ถูกประณามไปทั่วโลกแล้ว

เหตุการณ์ที่มือมีดฆ่าคน 3 คนที่โบสถ์นอเทรอดามของเมืองนีซทางใต้ของฝรั่งเศส

“ชาวมุสลิมมีสิทธิที่จะโกรธและฆ่าชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนเพื่อการสังหารหมู่เหมือนในอดีต แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ชาวมุสลิมไม่ได้ใช้หลักตาต่อตาฟันต่อฟัน ดังนั้นเมื่อชาวมุสลิมไม่ใช้หลักนี้ ฝรั่งเศสก็ไม่ควรใช้เช่นกัน ฝรั่งเศสควรสอนให้คนของตัวเองรู้จักเคารพความรู้สึกของผู้อื่น เนื่องจากคุณกล่าวโทษชาวมุสลิมทั้งหมดและศาสนาของชาวมุสลิมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนที่โกรธแค้นเพียงคนเดียว ดังนั้นชาวมุสลิมจึงมีสิทธิ์ลงโทษชาวฝรั่งเศส”

สุดท้ายข้อความดังกล่าวได้ถูกลบทิ้งไปจากทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา ก่อนที่จะมีคนบันทึกภาพข้อความเอาไว้ได้และส่งต่อกันไปในโลกออนไลน์

แหล่งอ้างอิง

International Business Times

%d bloggers like this: