EDITORIAL HISTORY

เปิดสวัสดิการ บำนาญ และกฎระเบียบหลังหมดวาระ “ประธานาธิบดีสหรัฐ”

“ประธานาธิบดีสหรัฐ” ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก สามารถกำหนดชะตาของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่ง ที่มีผลต่อโลกภาพรวมของโลกใบนี้ทั้ง เศรษฐกิจ การค้า การเมืองระหว่างประเทศ การทหารและความมั่นคง รวมทั้งเทคโนโลยี และมนุษยธรรม และเมื่อบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสิ้นสุดวาระลงแล้วย่อมได้รับสวัสดิการ สิทธิพิเศษ รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ มันคงต้องไม่ธรรมดาแน่นอน อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ใครจะสามารถจินตนาการว่าอดีตผู้นำสหรัฐจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบบุคคลทั่วไปได้หรือไม่

นี่เป็นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐจะมีสิทธิ์ได้ ไม่มีสิทธิ์ได้ สิ่งที่ให้ทำ และห้ามทำ รวมทั้งเกีรยติยศ ชื่อเสียง สวัสดิการด้ายความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์บางประการที่สอดคล้องกับแผนการเกษียณอายุหลังดำรงตำแหน่ง

รัฐบัญญัติอดีตประธานาธิบดี (The Former Presidents Act)

ก่อนที่สภาคองเกรสจะผ่านร่างรัฐบัญญัติอดีตประธานาธิบดีในปี 2501 อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ จะได้กลับไปใช้ชีวิตส่วนตัวแบบที่ตัวเองต้องการเมื่อพวกเขาพ้นจากตำแหน่ง เช่น “จอร์จ วอชิงตัน” มีความสุขกับอาชีพการกลั่นวิสกี้ที่ร่ำรวยในเมาท์ เวอร์นอนของเขา “วิลเลียมส์ โฮเวิร์ดแทฟต์” ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาลฎีกา และ “ธีโอดอร์ รูสเวลต์” หันมาเขียนหนังสือสารคดี

แต่หลังจากนั้นมีการออกกฎระเบียบ และสวัสดิการให้กับอดีตผู้นำสหรัฐใหม่ เพื่อความสมเกียรติ และรักษาความปลอดภัยต่อทั้งตัวบุคคลและความลับทางราชการบางอย่าง ดังนั้นมันจึงมีสวัสดิการและกฎระเบียบที่ต้องไม่ธรรมดา เพื่อตำแหน่งที่ไม่ทำธรรมดานี้

President George W. Bush poses with President-elect Barack Obama, and former presidents, from left, George H.W. Bush, Bill Clinton and Jimmy Carter, Wednesday, Jan. 7, 2009, in the Oval Office of the White House in Washington. (AP Photo/J. Scott Applewhite)

เงินบำนาญตลอดชีพ

อดีตประธานาธิบดีจะได้รับเงินบำนาญปีละ 220,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 6.6 ล้านบาท ตลอดชีพ เทียบเท่ากับเงินเดือนของพนักงานระดับผู้บริหารระดับ 1 แต่หากถึงแก่กรรมก่อนคู่สมรส คู่สมรสจะได้รับบำนาญปีละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 แสนบาท เว้นแต่ว่าคู่สมรสได้รับบำนาญจากแหล่งอื่นที่ได้สูงกว่านี้ ก็จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ เงินบำนาญนี้จะได้รับการยกเว้นในกรณีที่ประธานาธิบดีลาออกก่อนครบวาระ หรือ ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง

ทั้งนี้อดีตประธานาธิบดีในยุคหลังๆ มักจะมีรายได้มาจากแหล่งอื่นๆ มากมาย โดยส่วนใหญ่ได้รับจากการถูกเชิญไปบรรยายในที่ต่างๆ และจากการเขียนหนังสือชีวประวัติ ซึ่งรายได้จากส่วนนี้มากกว่าเงินบำนาญอยู่มากโข เช่น อดีตประธานาธิบดี “บิล คลินตัน” หลังจากพ้นตำแหน่งมีรายได้จากงานอื่นๆ มากถึง 75 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 พันล้านบาท โดยขณะที่ดำรงตำแหน่งมีเงินเดือนอยู่ที่ปีละ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12 ล้านบาท

Former President George W. Bush speaks to former President Bill Clinton as former first lady Laura Bush looks on after taking the stage at the dedication of phase 1 of the permanent Flight 93 National Memorial near the crash site of Flight 93 in Shanksville, Pa. Saturday Sept. 10, 2011. (AP Photo/Amy Sancetta)

การคุ้มครองหน่วยสืบราชการลับตลอดชีพ

แม้จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดีแล้ว แต่ก็ยังสามารถเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้ลอบทำร้ายได้ หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่สุดที่มีให้คือ การคุ้มครองตลอดชีวิตโดย หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ซึ่งดูแลครอบคลุมไปถึงคู่สมรสและทายาทที่อายุไม่ถึงเกิน 16 ปี สิทธิพิเศษนี้จะมีให้โดยสมบูรณ์ตามความต้องการของอดีตประธานาธิบดีเอง และสามารถยกเลิกสิทธิ์ได้ภายหลังเช่น “ริชาร์ด นิกสัน” ที่ได้ยกเลิกการคุ้มครองจากหน่วยสืบราชการลับหลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้วถึง 11 ปี

ห้ามขับรถบนถนนสาธารณะ

หากคุณรักการขับรถบนท้องถนน คุณอาจไม่ควรที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะขณะดำรงตำแหน่งจะต้องอยู่ในรถหุ้มเกราะหนาเป็นพิเศษทุกครั้งที่เดินทางอยู่บนถนนสาธารณะ พร้อมขบวนรถผู้ติดตาม รถของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรถนำขบวนที่ล้อมหน้าล้อมหลัง ข้อจำกัดนี้ยังคงดำเนินต่อไปแม้จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งแล้วก็ตาม โดยอดีตประธานาธิบดีและแม้แต่รองประธานาธิบดีซึ่งใช้ประโยชน์จากการคุ้มครองของหน่วยสืบราชการลับถาวร พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถบนถนนสาธารณะเอง และเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่ได้รับการฝึกฝนในการขับรถหลบหลีกจะเป็นผู้ขับรถให้แทน

ในปี 2560 “จอร์จ ดับเบิลยู บุช” เปิดเผยว่าเขาไม่ได้ขับรถบนถนนสาธารณะด้วยตัวเองมาเกือบ 25 ปีแล้ว

การรับข้อมูลบรรยายสรุปความปลอดภัยรายวัน

เมื่อคุณเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับที่รวบรวมโดยหน่วยข่าวกรองของประเทศ ตามมารยาทอดีตผู้บัญชาการสูงสุดยังคงได้รับสิทธิ์เข้าถึงการบรรยายสรุปด้านความปลอดภัยประจำวัน เมื่อพวกเขาออกจากตำแหน่งภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน การที่อดีตประธานาธิบดีจะได้รับอนุญาตให้รับฟังการบรรยายสรุปซึ่งรวมถึงข้อมูลที่เป็นความลับเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจประธานาธิบดีปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่ง

อนุญาตให้บันทึกการสื่อสารทั้งหมดทุกช่องทาง

กฎที่น่ารำคาญนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบัญญัติอดีตประธานาธิบดี ค.ศ. 1978 ซึ่งผ่านมาหลังจากเรื่องอื้อฉาว “วอเตอร์เกต” (เหตุอื้อฉาวทางการเมืองระหว่างช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1970 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเหตุการณ์สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ลักลอบโจรกรรมสำนักงานใหญ่ของพรรคเดโมแครต ณ อาคารวอเตอร์เกตคอมเพลกซ์ในกรุงวอชิงตัน ดีซี) การสื่อสารอย่างเป็นทางการทุกชิ้นที่มาจากประธานาธิบดีในช่วงที่ดำรงตำแหน่งจะต้องถูกเก็บรักษาเก็บถาวร และเปิดเผยต่อสาธารณะ 5 ปีหลังจากการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง

ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมากฎหมายฉบับนี้ได้รวมการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภารกิจอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมบัญชีอีเมลส่วนตัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีสำหรับประธานาธิบดี

Former President Bill Clinton shakes hands and signs autographs after speaking to a crowd in Grand Forks, N.D., Saturday, March 17, 2012, returning to the area that was underwater when he visited during the devastating flood of 1997. (AP Photo/Dave Kolpack)

จ่ายค่าธรรมเนียมเองหากต้องการรับการประกันสุขภาพของรัฐบาล

เชื่อหรือไม่ว่าอดีตประธานาธิบดีไม่มีสิทธิ์ได้รับการประกันสุขภาพตลอดชีพโดยอัตโนมัติ ผลประโยชน์ดังกล่าวมอบให้เฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของรัฐบาลกลางเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าประธานาธิบดีที่พ้นจากตำแหน่งแล้วจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลของตนเอง

ห้ามเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว

ในกรณีที่คุณไม่ได้สังเกตเห็นความเป็นส่วนตัวเป็นอดีตของประธานาธิบดีทั้งในปัจจุบันและในอดีต “โจนาธาน แวคโรล” อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับบอกกับ NBC News ว่า หน่วยสืบราชการลับเป็น “สิ่งที่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวที่สุดที่ใครๆ ก็เคยสัมผัสได้” กล่าวคือให้จินตนาการว่า “คืนนี้ที่บ้านของคุณและมีคนแปลกหน้า 4 คนมาปรากฏตัวและพวกเขายืนอยู่รอบๆ ในห้องครัวของคุณ” และติดตามคุณไปทุกที่ ดังที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า อดีตประธานาธิบดีสามารถปฏิเสธการคุ้มครองด้านความปลอดภัยตลอดชีวิตของเขาได้ นั่นจึงจะได้รับความเป็นส่วนตัวกลับคืนมา แต่ก็แลกกับความเสี่ยงสูงจากความไม่ปลอดภัยและการถูกลอบทำร้ายทุกเมื่อ

ห้ามดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

เมื่อ “โจ ไบเดน” ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปี 2020 มีเสียงพูดไปต่างๆ นาๆ ว่า เขาสามารถเลือก “บารัค โอบามา” มาเป็นเพื่อนร่วมงานในฐานะรองประธานาธิบดี แต่นั่นจะเป็นการละเมิดกฎการแก้ไขครั้งที่ 22 เนื่องจากรองประธานาธิบดีที่เคยเป็นอดีตผู้บัญชา 2 สมัย ของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ควรถูกกันออกจากตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพื่อป้องกันการแทรกแซงอำนาจการตัดสินใจ และที่สำคัญมันก็คือมารยาททางการเมืองและการให้เกียรติซึ่งกันและกันอีกด้วย

FILE – In this Dec. 13, 2016, file photo, President Barack Obama listens as Vice President Joe Biden speaks in the South Court Auditorium in the Eisenhower Executive Office Building on the White House complex in Washington. Biden is getting some help from Obama as he looks to fill his campaign coffers and unify the Democratic party ahead of the November election. Obama and Biden will appear together Tuesday, June 23, for a “virtual grassroots fundraiser,” the former vice president announced on Twitter. (AP Photo/Carolyn Kaster, File)

ห้ามซื้อโทรศัพท์ใช้เองโดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ

อดีตประธานาธิบดีไม่ต้องกังวลกับการสนทนาทางโทรศัพท์ทุกครั้งที่พวกเขาบันทึกไว้สำหรับการใช้งานสาธารณะ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎบางประการที่เกี่ยวกับการสื่อสารของตนเอง หน่วยสืบราชการลับต้องอนุมัติอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่ประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีใช้ รวมถึงโทรศัพท์มือถือของพวกเขาด้วย ดังนั้นหากอดีตประธานาธิบดีต้องการใช้ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดพวกเขาต้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้ก่อน

อย่าคาดหวังสิทธิพิเศษทางกฎหมาย

เมื่อประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งพวกเขามีอำนาจพิเศษในการอภัยโทษทุกคนในการกระทำความผิดของรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจรวมถึงประธานาธิบดีเองด้วย หากพวกเขาต้องถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมของรัฐบาลกลางในขณะที่ดำรงตำแหน่งงาน

เมื่อเวลาของพวกเขาในทำเนียบขาวเสร็จสิ้นลง พวกเขาจะถูกจำกัดให้มีสิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกับพลเมือง เว้นแต่พวกเขาจะมีเพื่อนสนิทเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่อาจจะช่วยเหลือได้

สิทธิพักที่ทาวน์เฮาส์ของประธานาธิบดี เมื่อต้องมาทำธุระในวอชิงตัน ดีซี

แม้ว่านี่จะไม่ใช่กฎที่เข้มงวด แต่อดีตประธานาธิบดีจะได้รับการสนับสนุนอย่างมากให้อยู่ในสถานที่ที่เฉพาะเจาะจงเมื่อพวกเขากลับมาที่วอชิงตัน ดีซี

Presidential Townhouse ตั้งอยู่ที่เลขที่ 716 Jackson Place ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาทีจากทำเนียบขาว ทาวน์เฮาส์สี่ชั้นแห่งนี้ถูกซื้อโดยรัฐบาลในปี 1950 และกลายเป็นสถานที่สำหรับอดีตประธานาธิบดีนับตั้งแต่ปี 1969 สาเหตุหนึ่งก็เพราะที่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับอดีตผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือ มีห้องเฉพาะในชั้นใต้ดินเพื่อรองรับการทำหน้าที่ของหน่วยสืบราชการลับ

Presidential Townhouse ตั้งอยู่ที่ 716 Jackson Place ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาทีจากทำเนียบขาว

การเกษียณอายุที่ยาวนาน

อดีตประธานาธิบดีมีชีวิตเกษียณที่มากกว่าคนทั่วไปเมื่อพวกเขาออกจากตำแหน่ง ช่วงการเกษียณอายุเฉลี่ยโดยรวมสำหรับอดีตประธานาธิบดีนับตั้งแต่ที่พวกเขาออกจากทำเนียบขาวจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมเพียง 13 ปี แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 22.5 ปีสำหรับทุกคน เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการเกษียณอายุเฉลี่ยของคนอเมริกันคนอื่นๆ คือประมาณ 18 ปี

“จิมมี่ คาร์เตอร์” มีช่วงชีวิตเกษียณหลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โดยเกิดขึ้นในตอนที่เขาอายุเพียง 40 ปี ในขณะที่ “เจมส์ เค. โพล์ก” มีช่วงเกษียณอายุที่สั้นที่สุดโดยมีชีวิตอยู่เพียง 103 วันหลังจากตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2392

มีทีมงานเล็กๆ น้อยๆ ให้

ในขณะที่อดีตประธานาธิบดีจะได้รับการจัดสรรเงินให้กับพนักงานทุกปี แต่พวกเขาก็ควรรักษาทีมเล็กๆ นี้ไว้ให้ดี ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะคุ้นเคยกับการมีพนักงานประมาณ 400 คนและมีงบประมาณประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,200 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในการเป็นแขนขาเพื่อทำงาน แต่เมื่อออกจากตำแหน่งแล้วจะได้รับงบประมาณเพียง 96,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อเป็นเงินเดือนทีมงานของเขาที่ยังทำงานอยู่ด้วยอย่างผูกพันเหนียวแน่น

Former Presidents, from left, Bill Clinton, George Bush and Barack Obama pose with wives of the U.S. team’s players before the first round of the Presidents Cup at Liberty National Golf Club in Jersey City, N.J., Thursday, Sept. 28, 2017. (AP Photo/Julio Cortez)

เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในภารกิจต่างประเทศ

อดีตประมุขแห่งรัฐจะได้รับสิทธิ์การเป็นตัวแทนรัฐบาลในฐานะทูตสันถวไมตรีตลอดชีวิต และสามารถเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเป็นตัวแทนของสหรัฐในภาระกิจด้านต่างประเทศ และพวกเขาจะได้รับงบประมาณที่เหมาะสมในดำเนินภารกิจต่างๆ

ทุกๆ ปีอดีตประธานาธิบดีจะได้รับเงินสนับสนุนจากผู้เสียภาษีจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 30 ล้านบาท เพื่อใช้เฉพาะสำหรับการเดินทางในขณะที่คู่สมรสของพวกเขาได้รับการจัดสรร 500,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 15 ล้านบาท เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน

และเพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศเป็นเรื่องง่าย อดีตประธานาธิบดีทุกคนต้องมีหนังสือเดินทางทางการทูต ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและสามารถเข้าประเทศต่างๆ ได้ง่ายโดยไม่ต้องไปปะปนกับผู้ถือพาสปอร์ตทั่วไป

อย่าเปิดเผยความลับทางราชการ

อดีตประธานาธิบดีเป็นตัวแทนของความท้าทายที่อาจเป็นอันตรายสำหรับหน่วยข่าวกรองอเมริกัน โดยธรรมชาติของงานพวกเขามีข้อมูลที่มีค่ามากมายอยู่ในหัว ซึ่งทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าหมายในการต่อต้านรัฐบาลเพื่อใช้ประโยชน์ หรือพยายามที่จะจ่ายเงินใต้โต๊ะล้วงเอาข้อมูลในสิ่งที่พวกเขารู้

เมื่อประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งพวกเขาจะสามารถแยกประเภทและแบ่งปันข้อมูลของรัฐบาลที่ต้องการได้โดยไม่ต้องรับโทษ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขากลายเป็นอดีตประธานาธิบดีมันถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่พวกเขาจะแบ่งปันข้อมูลลับที่พวกเขาเองไม่ได้แยกประเภทในขณะดำรงตำแหน่ง

ศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างสูง

ในขณะที่ประธานาธิบดีได้รับเงินเดือน 400,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 12 ล้านบาท ระหว่างอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานอันแสนหนักหน่วง แต่มันทำให้พวกเขามีโอกาสเปิดช่องทางการทำเงินได้มากขึ้นเมื่อสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว

โดยในช่วง 4 ปีแรกหลังจากที่ออกจากตำแหน่ง “จอร์จ ดับเบิลยู บุช” ทำเงินได้ประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 450 ล้านบาท จากการไปบรรยายและกล่าวสุนทรพจน์เพียงอย่างเดียว

ตามรายงานของ CNN ระบุว่า “บิล คลินตัน” ได้รับเงินล่วงหน้า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 450 ล้านบาทสำหรับการเขียนหนังสืออัตชีวประวัติของเขาและได้รับเงินมากกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2,250 ล้านบาท จากการไปบรรยายและกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างปี 2544 – 2555

Former U.S. President Bill Clinton guestures during a speech at an event celebrating 239th anniversary of the U.S. independence and 20th anniversary of normalization of relations between the U.S. and Vietnam on Hanoi, Vietnam on Thursday July 2, 2015. Clinton lifted the trade embargo against Vietnam in 1994 and normalized relations with the communist country a year later. (AP Photo/Tran Van Minh.)

อย่าคาดหวังกับจดหมายส่วนตัวใด ๆ

เช่นเดียวกับการอนุมัติอุปกรณ์สื่อสารของอดีตประธานาธิบดี หน่วยสืบราชการลับยังได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบจดหมายของพวกเขาด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หมายความว่าแนวคิดใดๆ เกี่ยวกับการติดต่อส่วนตัวทางไปรษณีย์แบบดั้งเดิมถือเป็นเรื่องตลก หน่วยงานจะตรวจสอบจดหมายทุกฉบับที่อดีตประธานาธิบดีได้รับจากภายนอกเพื่อความปลอดภัย

ได้รับเงินสนับสนุนสร้างสำนักงานใหม่

แม้ว่าจะไม่ใช่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวอีกต่อไป แต่อดีตประธานาธิบดีทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการสำนักงานใหม่โดยเป็นไปตามรัฐบัญญัติอดีตประธานาธิบดี กฎหมายครอบคลุมไปถึงการจ่ายค่าเช่าสำหรับสำนักงานของอดีตประธานาธิบดี โดยแต่ละคนสามารถเลือกทำเลที่ตั้งว่าจะอยู่ที่ใดก็ได้ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสำหรับพนักงาน อุปกรณ์ และเครื่องใช้สำนักงานให้อีกด้วย

ในปีงบประมาณ 2018 “บิลคลิน ตัน” และ “จอร์จ ดับเบิลยู บุช” มีสำนักงานที่แพงที่สุดในบรรดาอดีตประธานาธิบดีที่ยังมีชีวิตอยู่โดยแต่ละคนได้รับเงินลงทุนมากกว่า 440,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 13 ล้านบาท สำหรับสัญญาเช่าเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันค่าเช่าสำนักงานมูลค่า 112,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.55 ล้านบาท

สามารถจัดตั้งห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ประธานาธิบดี

อีกวิธีหนึ่งที่อดีตประธานาธิบดีได้รับมอบหมายให้จัดการกับมรดกของตัวเองและเก็บบันทึกอย่างเป็นทางการเพื่อสาธารณะประโยชน์คือ การสร้างห้องสมุดประธานาธิบดี วิธีการเก็บข้อมูลการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ถูกสร้างขึ้นโดย “แฟรงคลิน รูสเวลต์” ในปี พ.ศ. 2484 หลายปีหลังจากที่เขาทำงานเพื่อผ่านรัฐบัญญัติหอจดหมายเหตุแห่งชาติในปี พ.ศ. 2477 ตั้งแต่นั้นมาอดีตผู้นำทุกคนได้จัดตั้งห้องสุมดประธานาธิบดีเป็นของตนเอง

FOR USE AS DESIRED, YEAR END PHOTOS – FILE – From left, President Barack Obama, former president George W. Bush, former president William J. Clinton former President George H.W. Bush and former president Jimmy Carter arrive for the dedication of the George W. Bush Presidential Center Thursday, April 25, 2013, in Dallas. (AP Photo/David J. Phillip, File)

ความมั่นคงบางอย่างสำหรับคู่สมรส

รัฐบัญญัติอดีตประธานาธิบดีไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะตัวนักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคู่สมรสด้วย ในกรณีที่อดีตประธานาธิบดีเสียชีวิตก่อนคู่สมรสคู่สมรสจะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญรายปี 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 6 แสนบาท ซึ่งผู้เสียภาษีจะได้รับความคุ้มครองด้วย คู่สมรสจะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญเพียงเล็กน้อยหากพวกเขาสละเงินบำนาญหรือเงินรายปีอื่นๆ ที่พวกเขาอาจถืออยู่

งานศพรูปแบบรัฐพิธี

ทุกคนที่เคยเป็นประธานาธิบดีจะมีสิทธิ์จัดงานศพแบบรัฐพิธีเมื่อพวกเขาเสียชีวิต นับเป็นงานไว้อาลัยที่ผู้นำทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมในวาระสุดท้ายที่เต็มไปด้วยพิธีอันประณีตและการแสดงความคารวะ

.

จะเห็นได้ว่านี่คือชีวิตหลังผ่านพ้นตำแหน่งอดีตผู้นำสหรัฐที่เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายที่มาพร้อมกับระเบียบและข้อห้าม ซึ่งก็ถือว่าเป็นชีวิตที่เหนือระดับ สมเกียรติ สมฐานันดร ไปตลอดจนกระทั้งวันสุดท้ายของชีวิต ถ้าใครอยากสัมผัสชีวิตแบบนี้ก็คงมีทางเดียวคือ ต้องเป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก สหรัฐอเมริกาเพียงเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง
The Delite
Wikipedia

%d bloggers like this: