EDITORIAL PR NEWS

นายกฯ เวียดนาม ประเดิมภารกิจต่างประเทศ ประชุมชาติอาเซียน ความท้าทายในการร่วมแก้ปัญหาวิกฤตขัดแย้งในเมียนมา

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 23 – 24 เมษายนนี้ ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กำลังจะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพูดคุยเพื่อหาแนวทางร่วมกันของสมาชิกผู้นำอาเซียนในหลายๆ ประเด็น โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตความขัดแย้งในประเทศเมียนมาที่ถือว่าทุกประเทศอาเซียนมีส่วนที่จะต้องแบกรับความรู้สึกร่วมกัน เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนร่วมสมาชิกที่จะต้องช่วยกันหาทางออกในเรื่องนี้อย่างเหมาะสมที่สุด

ในวาระนี้เป็นคราวของประเทศบรูไนที่ทำหน้าที่ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งก็คือ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดีน วัดเดาละห์ สุลต่านแห่งบรูไน ที่ได้ส่งคำเชิญมายังผู้นำหรือผู้แทนในแต่ละประเทศให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

เวียดนามถือว่าเป็นประเทศที่ถูกจับตามองและให้ความสนใจอย่างมากในการประชุม เนื่องจากนายฟาม มินห์ จิญ นายกรัฐมนตรีเวียดนามคนใหม่ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จะต้องรับหน้าที่ผู้นำประเทศในการร่วมประชุมครั้งสำคัญนี้ และเป็นการเดินทางปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้เวียดนามที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกในช่วงเวลาที่มีการพัฒนาศักยภาพของประเทศได้อย่างน่าสนใจ รวมทั้งการเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือนเมษายน 2564 ในฐานะสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงฯ กำลังดำเนินการส่งเสริมอาเซียนให้มีบทบาทสำคัญต่อภูมิภาค เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมสะพานระหว่างสมาชิกอาเซียนเข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนเมียนมาให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ความขัดแย้งที่ยากลำบากในขณะนี้

บทบาทของเวียดนามคือ การเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งจุดยืนที่จะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้

สำหรับเรื่องใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคือ สถานการณ์ของเมียนมาที่ไร้เสถียรภาพ จากการประกายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนโดยกองทัพฯ จนนำไปสู่การชุมนุมประท้วง การใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชน และเจ้าหน้าที่ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะหารือเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและชาติพันธมิตร ที่พยายามหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดแก่เมียนมาเพื่อให้พ้นจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น

การประชุมสุดยอดของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในเมียนมาร์เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พร้อมกับเป็นการหยั่งเสียงว่า สมาชิกในอาเซียนจะยอมรับและเห็นพ้องในการร่วมแก้ปัญหาอย่างไร

การร่วมเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนในเมียนมาร์ ที่ประเทศในอาเซียนต่างแสดงความเป็นห่วงและติดตามอย่างใกล้ชิด ได้เห็นพ้องกันว่าอาเซียนควรส่งเสริมบทบาทและพยายามมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเมียนมาร์เพื่อหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้จะมีการหารือกับกลุ่มประเทศนอกอาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งการที่จะทำอย่างไรให้อาเซียนแข็งแกร่งและยืดหยุ่นได้ในภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19

อย่างที่บอกคือการเดินทางไปร่วมประชุมในครั้งนี้ของผู้นำเวียดนาม มีส่วนช่วยในเชิงบวกต่อกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน เพื่อสานต่อความสำเร็จในฐานะประธานอาเซียนปี 2020 ซึ่งเวียดนามก็มีความความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมอย่างยิ่งต่อการผสานความร่วมมือของทุกชาติสมาชิก

ในการประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้นำอาเซียนอภิปรายอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา เพื่อแสวงหามติร่วมกันในการยุติความรุนแรงในเมียนมาและเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมาร์อย่างสันติ ซึ่งจะต้องเร่งรีบดำเนินการในทันทีเพื่อหยุดความรุนแรงที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย

เวียดนามยืนยันให้การสนับสนุนวิธีการของอาเซียนในการร่วมมือแก้ปัญหา พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนใช้ความประณีประนอม โดยไม่บังคับหรือกดดันเมียนมา แต่เน้นการเจรจาอย่างสันติเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง รวมทั้งจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เมียนมาผ่านพ้นความยากลำบากในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดสันติภาพ ความสมานฉันท์และความมั่นคงในภูมิภาคโดยรวมอีกด้วย

%d bloggers like this: