EDITORIAL SOCIAL

ตาลีบันสั่งแบนดนตรีทุกรูปแบบ ลั่นขัดหลักอิสลาม ดับแสงแห่งความหวังทางสุนทรียภาพของอัฟกานิสถาน

ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกกลุ่มตอลิบานเผยกับสำนักข่าว The New York Times ว่า รัฐบาลตาลิบันได้ออกคำสั่งห้ามการมีดนตรีในที่ในอัฟกานิสถานแล้ว เพราะถือว่าขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม

“ดนตรีเป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนาอิสลาม เราหวังว่าเราจะสามารถโน้มน้าวให้ผู้คนไม่ทำสิ่งนั้น แทนที่จะกดดันพวกเขา”

พร้อมกับประกาศว่า แม้จะอนุโลมให้ผู้หญิงจะได้รับอนุญาตให้กลับไปทำงาน หรือเดินทางไปโรงเรียน และโรงพยาบาลได้เพียงลำพัง แต่การเดินทางออกนอกบ้านคนเดียวหลายวันจะต้องมีผู้ชายไปด้วย และทุกคนต้องกลับไปสวมผ้าคลุมศีรษะ

รัฐบาลตาลีบันชุดนี้บอกว่าจะมีการผ่อนปรนความเข้มงวดในการใช้กฎหมายอิสลามในการปกครองประเทศ ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลก่อนปี 2001 เพราะต้องการสร้างอนาคตและลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อีกทั้งยังปฏิเสธว่าไม่มีบังคับให้ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้านและสวมบุรกา หรือผ้าคลุมศีรษะที่คลุมทั้งใบหน้า เหลือลูกตาไว้เพียงน้อยนิดโดยมีตาข่ายกั้นอีกชั้น

คำพูดของมูจาฮิดมีขึ้น 1 วันหลังจากที่เขาประกาศในงานแถลงข่าวว่า ผู้หญิงควรอยู่ภายในบ้านจนกว่าเราจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งใหม่ เพราะในขณะนี้กลุ่มตาลิบันกำลังฝึกฝนกองกำลังของตนไม่ให้ล่วงละเมิดผู้หญิง

 “เรากังวลว่ากองกำลังของเราซึ่งยังใหม่และยังไม่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี อาจทำร้ายผู้หญิงได้ เราไม่ต้องการให้กองกำลังของเราทำร้ายหรือรังควานผู้หญิง”

และต้องสร้างการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อความร่วมมือทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การค้า และการต่างประเทศ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย การกำจัดฝิ่น และการลดจำนวนผู้ลี้ภัยไปยังประเทศตะวันตก

วิจารณ์สหรัฐฯ พาปัญญาชนหนีออกนอกประเทศ

อย่างไรก็ตามมูจาฮิด ได้แสดงความไม่พอใจต่อการอพยพของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้พาเพียงแค่พลเมืองของตัวเองกลับสู่มาตุภมิ แต่ยังพาผู้มีความรู้ด้านต่างๆ ที่เป็นชาวอัฟกันหนีออกไปเทศไปด้วย ซึ่งปัญญาชนเหล่านี้คือสิ่งที่ประเทศต้องการ


“พวกเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประเทศของเราและนำทรัพยากรมนุษย์ของเราออกไป ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ อาจารย์ และคนอื่นๆ ที่เราต้องการที่นี่ การไปอยู่ที่อเมริกาพวกเขาอาจกลายเป็นแค่คนล้างจานหรือทำทำงานในร้านอาหาร มันเป็นการไร้มนุษยธรรม”

สถาบันดนตรีแห่งชาติถึงคราวมืดมน

เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่สถาบันดนตรีแห่งชาติอัฟกานิสถานได้ยืนหยัดในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงของประเทศ โรงเรียนได้ฝึกฝนศิลปินรุ่นเยาว์หลายร้อยคน หลายคนเป็นเด็กกำพร้าและพ่อค้าเร่ข้างถนน

งานประเพณี ความบันเทิงทางศิลปะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งต้องห้ามโดยกลุ่มตาลิบัน แต่เมื่อดนตรีเริ่มมีโอกาสได้ผลิบาน ได้ก่อให้เกิดวัฒนธรรมแห่งสุนทรียภาพ รวมทั้งมีการก่อตั้งวงออเคสตราหญิงล้วนที่ได้เดินสายแสดงอย่างกว้างขวางทั้งในอัฟกานิสถานและต่างประเทศ

แต่เมื่อกลุ่มตาลีบันได้ควบคุมอัฟกานิสถานอีกครั้ง และมีคำสั่งห้ามการดนตรีทุกรูปแบบ อนาคตของโรงเรียนสอนดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งที่น่ากังวล

ในการให้สัมภาษณ์ นักเรียนและครูหลายคนกล่าวว่าพวกเขากลัวกลุ่มตาลีบันซึ่งมีประวัติโจมตีผู้นำของโรงเรียน พยายามลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนรวมถึงครอบครัวของพวกเขา บางคนกล่าวว่าพวกเขากังวลว่าโรงเรียนจะถูกปิด และจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นดนตรีอีก นักศึกษาหญิงหลายคนกล่าวว่าพวกเขาอยู่ในบ้านตั้งแต่มีการยึดเมืองหลวง

“มันเป็นเหมือนฝันร้าย”

กลุ่มตาลีบันเคยสั่งห้ามดนตรีเกือบทุกรูปมาแล้วเมื่อสมัยครั้งที่ปกครองอัฟกานิสถานช่วงตั้งแต่ปี 1996 – 2001 ประวัติศาสตร์ความรุนแรงของตาลิบันที่มีต่อศิลปินและการดนตรีที่ไม่ได้มีมีค่าในทางศาสนา ทำให้เกิดความสงสัยในหมู่นักแสดงหลายคน

“ความกังวลของฉันคือชาวอัฟกานิสถานจะถูกกีดกันจากดนตรีของพวกเขา”

นายอาหมัด นาเซอ ซาร์มัสท์ ผู้อำนายการสถาบันดนตรีแห่งชาติอัฟกานิสถานกล่าวว่า นี้ถือเป็นความพยายามปิดปากประเทศชาติ

ในปี 2010 ซาร์มัสท์ นักวิชาการด้านดนตรีชาวอัฟกันที่ได้รับการฝึกฝนในออสเตรเลีย เขาได้เปิดโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนและเจ้าหน้าที่มากกว่า 400 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากอดีตรัฐบาลอัฟกานิสถาน ในยุคที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากเพราะสถาบันการศึกษาแบบสหศึกษาที่อุทิศให้กับการสอนดนตรีจากทั้งอัฟกานิสถานและชาติตะวันตก

นักดนตรีของโรงเรียนได้ถูกรับเชิญให้แสดงบนเวทีที่โด่งดังที่สุดในโลกหลายแห่ง รวมถึง Carnegie Hall สถานที่จัดคอนเสิร์ตอันทรงเกรียติของโลกดนตรีในมหานาครนิวยอร์ก พวกเขาเล่นดนตรีคลาสสิกแบบตะวันตกตลอดจนดนตรีและเครื่องดนตรีพื้นเมืองของอัฟกานิสถาน เช่น รูบับ ซึ่งคล้ายกับพิณและเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีประจำชาติ

โรงเรียนให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการสนับสนุนเยาวชนหญิง ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมด วงออเคสตราหญิงล้วนของโรงเรียน Zohra ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง หลายคนเป็นผู้หญิงกลุ่มแรกในครอบครัวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นทางการ ผ้าคลุมศีรษะสำหรับเด็กผู้หญิงที่วิทยาเขตของโรงเรียนในกรุงคาบูลเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคทันสมัย

ในปี 2014 ซาร์มัสท์ ได้รับบาดเจ็บจากมือระเบิดฆ่าตัวตายของตาลีบันที่แทรกบุกเข้าไปในละครของโรงเรียน กลุ่มตาลีบันพยายามโจมตีโรงเรียนอีกครั้งในปีต่อๆ มา แต่ก็ได้รับการขัดขวาง

ตอนนี้ นักศึกษาหญิงมีความกังวลเกี่ยวกับการหวนคืนสู่อดีตที่กดขี่ เมื่อกลุ่มตาลีบันยกเลิกการเรียนหนังสือสำหรับเด็กผู้หญิงและห้ามผู้หญิงออกจากบ้านโดยไม่มีผู้ปกครองผู้ชาย

นักเรียนหญิงหลายคน ซึ่งได้รับการปกปิดชื่อเพราะกลัวการถูกทำร้ายกล่าวว่า ความฝันของพวกเขาที่จะเป็นนักดนตรีมืออาชีพอาจสลายไป พวกเรากังวลว่าอาจจะไม่สามารถเล่นดนตรีได้อีกตลอดชีวิต แม้แต่ในงานอดิเรกก็ตาม

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตาลีบันกวาดล้างโรงเรียนดนตรีทั่วประเทศ เครือข่ายผู้สนับสนุนจากต่างประเทศของโรงเรียนพยายามช่วยเหลือโดยการระดมเงินเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในวิทยาเขต รวมถึงการติดตั้งประตูติดอาวุธและกำแพง

แต่ตอนนี้ชัดเจนว่าโรงเรียนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการภายใต้รัฐบาลตาลีบัน อีกทั้งพลเมืองอัฟกานิสถานจะเดินทางออกนอกประเทศได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ทางเข้าสนามบินมีสถานการณ์ที่วุ่นวายและมักจะผ่านไม่ได้เป็นเวลาหลายวัน แม้แต่กับผู้ที่มีเอกสารการเดินทาง กลุ่มตาลีบันควบคุมถนนหนทาง และแม้ว่าพวกเขากล่าวว่าพวกเขากำลังสลายฝูงชนที่สนามบินเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ก็มีรายงานว่าพวกเขากำลังสกัดผู้คนที่พยายามออกนอกประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้พลเมืองอเมริกัน ตลอดจนลูกจ้างในท้องถิ่นและชาวอัฟกันออกจากประเทศ แม้ว่าฝูงชนที่รวมตัวที่สนามบินจะทำให้การอพยพยากขึ้นก็ตาม กระทรวงฯ กล่าวว่ากำลังให้ความสำคัญกับสตรีและเด็กหญิงชาวอัฟกัน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักข่าว เป็นต้น

“ความพยายามนี้มีความสำคัญสูงสุดต่อรัฐบาลสหรัฐฯ”

จงเกลียดจงชังดนตรี

ในช่วงทศวรรษ 1990 กลุ่มตอลิบันเคยอนุญาตให้ร้องเพลงทางศาสนา แต่ห้ามดนตรีรูปแบบอื่นเพราะถูกมองว่าเป็นการรบกวนการศึกษาอิสลาม และอาจส่งเสริมพฤติกรรมที่ไม่บริสุทธิ์ กองกำลังตาลีบันจึงทำลายเครื่องดนตรีทิ้ง รวมทั้งทำลายเทปคาสเซ็ทด้วย

วิลเลียม มาลีย์ ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งเคยศึกษาในอัฟกานิสถาน กล่าวรู้สึกไม่สบายใจกับท่าทีของที่กลุ่มตาลิบันเพิ่งพยายามจำกัดการแพร่กระจายของเพลงยอดนิยมในบางพื้นที่ของประเทศ

กลุ่มตาลีบันในทศวรรษ 1990 เป็นศัตรูอย่างยิ่งต่อดนตรีทุกรูปแบบ ยกเว้นบทสวดทางศาสนา และผู้คนต้องซ่อนเครื่องดนตรีและเล่นดนตรีอย่างลับๆ ผมจะไม่มองโลกในแง่ดี”

ท่ามกลางความโกลาหลในกรุงคาบูล นักเรียน ครู และศิษย์เก่าของโรงเรียนได้แลกเปลี่ยนข้อความที่ในกลุ่มแชท พวกเขาคร่ำครวญถึงความจริงที่ว่า พวกเขาอาจจำเป็นต้องซ่อนเครื่องดนตรีของพวกเขา หรือปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความดูแลของผู้อื่นหากพวกเขาพยายามหนี

วิลเลียม ฮาร์วีย์ ผู้สอนไวโอลินวงออร์เคสตราที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่ปี 2010 – 2014 กล่าวว่า เขารู้สึกสิ้นหวังเมื่อคิดว่าอดีตศิษย์เก่าของเขาอาจตกอยู่ในอันตรายจากการไล่ตามความปรารถนาของตัวเอง เขากล่าวว่าโรงเรียนเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและผู้ชมทั่วโลก

“สำหรับนักเรียนเหล่านั้นแล้ว นี่ถือเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของเรา พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเปล่งเสียงอีกครั้งในวันหน้า”


แหล่งอ้างอิง
https://bit.ly/3Bcau5e
https://nyti.ms/3gFEq1V
https://bit.ly/38mYxgE

ไม่พลาดบทความสาระดีๆ ที่ Reporter Journey ตั้งใจสร้างสรรเพื่อผู้ติดตามทุกท่าน อย่าลืมกดติดตามเพจ ติดตาม Reporter Journey ได้ทุกช่องทางที่

Website : reporter-journey.com
Blockdit : blockdit.com/reporterjourney
Facebook : facebook.com/reporterjourney
Tiktok : tiktok.com/@reporterjourney
IG : instagram.com/richart_journey

%d bloggers like this: