เด็กเกิดใหม่เกาหลีใต้ลดลงอย่างหนัก สังคมเครียด กดดัน ค่าใช้จ่ายสูง ทำคนไม่อยากมีลูก

ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก คงเป็นสภาวะความไม่อยากของคนในยุคนี้จำนวนไม่น้อย ที่ต้องการอยู่เป็นโสด หรือไม่ก็พยายามคุมกำเนิดทายาทรุ่นต่อไปให้ได้นานที่สุด ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อสมดุลของประชากรในหลายประเทศ ที่มีคนรุ่นใหม่เกิดน้อยลง ในขณะที่คนรุ่นเก่าก็เริ่มโรยรา แก่ชราลงในทุกๆ ปี ซึ่งทำให้หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งประเทศไทย

อัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ส่งผลทำให้แรงงานในตลาดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอยจากโรคระบาดใหญ่ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คู่รักเพิ่งแต่งงานใหม่หลายคู่ถึงขั้นวางแผนที่จะไม่มีลูก อีกทั้งการมีลูกหนึ่งคนนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายอีกมากมายมหาศาล นับตั้งแต่ในวันที่รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ไปจนถึงวันคลอดและช่วงเวลาที่ต้องเลี้ยงดูที่กินเวลายาวนานมากกว่า 20 ปีจนกว่าเด็กคนหนึ่งจะบรรลุนิติภาวะ หรือสามารถหาเลี้ยงชีพตัวเองได้

ประเทศเกาหลีใต้ ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังประสบปัญหานี้ค่อนข้างรุนแรง โดยสำนักข่าวยอนฮับรายงาน จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศเกาหลีใต้ลดลงจนถึงจุดต่ำเป็นประวัติการณ์ เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมามีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 19,800 คน ลดลง 1.3% จากปีที่แล้ว และต่ำที่สุดตั้งแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มเก็บข้อมูลในปี 2524

หนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้แต่งงานล่าช้า และจากการสำรวจพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคู่รัก 1.18 ล้านคู่ที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายวางแผนที่จะไม่มีลูก สาเหตุหลักเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง และราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้น หากมีลูก ภาระค่าใช้จ่ายจะมากขึ้น จนอาจประสบปัญหาการเงินได้

South Korea's work-life imbalance - Nikkei Asia

เกาหลีใต้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสวนทางแรงงานที่ลดลง

ในปี 2668 เกาหลีใต้กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว เพราะผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนสูงกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่ทันต่ออัตราการเสียชีวิต


กระทรวงการจ้างงานและแรงงานรายงานว่า ประชากรวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 15 – 64 ปี จะลดลง 3.2 ล้านคนภายในปี 2030 ทำให้มีโอกาสสูงที่จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากประชากรวัยทำงานคือกลุ่มที่มีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด

Declining Son Preference in South Korea | East Asian Studies Program

มาตรการแจกเงินผู้ปกครองที่ให้กำเนิดทารก

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่สวนทางกับตลาดแรงงานและอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง กำลังส่งสัญญาณบอกเกาหลีใต้ให้เร่งแก้ไขปัญหา ล่าสุดรัฐบาลกรุงโซลออกมาตรการแจกเงินให้กับคู่รักที่ให้กำเนิดทารกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2022 มูลค่า 2 ล้านวอน หรือ 1,650 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 54,400 บาท) ในรูปแบบบัตรกำนัลที่จะต้องใช้เงินให้หมดภายในสิ้นปีนี้ ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะสามารถเพิ่มอัตราการเกิดใหม่แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

เว็บไซต์ worldpopulationreview.com รายงานว่า การเจริญพันธุ์ของเกาหลีใต้ (สถิติการเกิดต่ออัตราการเสียชีวิต) อยู่ที่ 0.92 ซึ่งต่ำที่สุดในโลก หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หรือนโยบายเพิ่มเด็กเกิดใหม่ของรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่เป็นผล อาจทำให้ประชากรเกาหลีใต้ลดจำนวนลงจากปัจจุบัน 51.3 ล้านคน เหลือประมาณ 34.9 ล้านคนภายในปี 2080 ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของเกาหลีใต้ เพราะขนาดเศรษฐกิจจะลดลง

แข่งขันสูง เครียด กดดัน ชีวิตไม่สุขสบาย

เกาหลีใต้นับเป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูงที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ทั้งในระดับการศึกษาและสังคมการทำงาน เป็นสังคมที่ถือได้ว่าการเป็นที่ 1 ได้คือการประสบความสำเร็จ ดังนั้นคนเกาหลีใต้จึงถูกปลูกฝังการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก

เด็กเกาหลีใต้มีความจริงจังกับการเรียนมาก และใช้เวลาในการเรียนมากถึงวันละ 14-16 ชั่วโมง นอกจากเรียนตามปกติในโรงเรียนแล้ว หลังเลิกเรียนก็จะต้องเรียนพิเศษ บางคนอาจเรียนพิเศษที่โรงเรียน บ้างก็เรียนที่สถาบันกวดวิชา และบางคนพ่อแม่ก็จะจ้างครูพิเศษมาสอนที่บ้าน โดยมากกว่า 80% ของเด็กเกาหลีใต้จะต้องเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโรงเรียนเลิกตอนบ่าย 3 โมง ก็จะเรียนกวดวิชาที่โรงเรียนต่อจนถึง 5 โมงเย็น จากนั้นก็กลับบ้านมากินข้าว พักผ่อน เปลี่ยนเสื้อผ้า จนเวลา 1 ทุ่มก็ออกไปเรียนพิเศษภาคค่ำถึง 3 ทุ่ม แต่ถ้าใครฟิตมากๆ อยากอัดวิชาเพิ่ม ก็เรียนต่อถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน แล้วเช้าก็ตื่นไปโรงเรียนตั้งแต่ 8 โมง วนกิจวัตรแบบนี้ทุกวัน

ถ้าหากวันไหนไม่ได้ไปเรียนพิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านไปเลย เพราะเด็กจะต้องเรียนให้ครบคอร์ส โดยเฉพาะเวลาเรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษที่มีเทสต์ตลอดเวลารวมถึงต้องท่องศัพท์ และหากท่องศัพท์ไม่ได้ตามที่ครูบอก ครูก็จะยื้อเวลาสอนเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง

The All-Work, No-Play Culture Of South Korean Education : Parallels : NPR

ยังไม่รวมการเรียนทักษะพิเศษอื่นๆ เช่น ดนตรี และกีฬา ตามความสนใจของตัวเด็กเองหรือตามความต้องการของผู้เป็นพ่อและแม่ ดังนั้นแรงกดดันทั้งหมดต่อความสำเร็จของเด็กคนหนึ่งจึงมาจากทุกทิศทุกทาง

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการที่เกาหลีใต้เร่งพัฒนาประเทศหลังจากเสียหายเพราะสงครามเกาหลี ก็เป็นผลมาจากความเคร่งเครียดจริงจังของประชากร ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ประเทศสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงแค่ชั่วอายุคน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอีกด้านคือ สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความเครียดอยู่แทบตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนเกาหลีในยุคปัจจุบันเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า สภาพที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ยังสามารถขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคตได้อยู่อีกหรือไม่?

แหล่งอ้างอิง

insider World Population Review Yonhab News Yonhab News Yonhab News

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า