เตรียมก๊าซหุงต้มขึ้นราคา 15 บาท/ถัง ค่าไฟพุ่ง

สุพัฒนพงษ์ ยืนยันตรึงราคาดีเซล 30 บาทต่อลิตร จนเงินหมดกองทุน เตรียมตัวก๊าซหุงต้มขึ้นราคา 15 บาทต่อถัง ค่าไฟ ขึ้นต่อเป็นขั้นบันได ยอมรับราคาอั้นไม่ไหว ขอประชาชน “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ช่วยกันประหยัด”

นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมผู้บริหารกระทรวงพลังงานทุกกระทรวงถึงสถานการณ์พลังงาน ระบุ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นทุกชนิด ส่งผลต่อราคาขายปลีกในประเทศไม่ว่าจะเป็น น้ำมันสำเร็จรูปอย่างเบนซินและดีเซล โดยเฉพาะราคาน้ำมันขึ้นที่สุดในรอบ 14 ปี ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก

หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อไปอาจทำให้เดือนเมษายนนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบเกิน 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดีเซล 150 – 170 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ด้านสถานการณ์ราคา LPG ในตลาดโลกก็ไม่ต่างจากราคาน้ำมัน โดยราคาอยู่ที่ 968 เหรียญสหรัฐ/ตัน มีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จนผลกระทบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้า

ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจนน้ำมันในประเทศมีไม่เพียงพอหรือไม่นั้น นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน บอกว่า ประเทศไทยได้เริ่มกระจายแหล่งการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางให้มีความหลากหลายตั้งแต่ปี 2557 จาก 70% ลดลงเป็น 57% เพื่อลดความเสี่ยงของการจัดหาน้ำมันดิบ ซึ่งสถานการณ์วันนี้คู่ค้าทุกรายได้แจ้งยืนยันว่ายังคงสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้ตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2 เดือน สำหรับความต้องการใช้น้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 123.25 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยอยู่ที่ 119.88 ล้านลิตร/วัน

ปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันดิบคงเหลือ (รวมที่อยู่ระหว่างการขนส่ง) อยู่ที่ 5,686.44 ล้านลิตร และมีปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลืออยู่ที่ 1,703.61 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศได้ถึง 61 วัน นอกจากนี้ บมจ.ปตท. ยังมีมาตรการเตรียมพร้อมจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมอีก 635.94 ล้านลิตร (4 ล้านบาร์เรล) จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองเป็น 66 วัน ส่งผลให้ประเทศมีน้ำมันใช้เพียงพอไม่ขาดแคลน

จุดนี้เองทางกระทรวงพลังงาน บอกว่า พยายามออกมาตรการดูแลให้เต็มที่ ด้วยวิธีตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร จากเงินกองทุนน้ำมัน 30,000 ล้านบาท เป็น 40,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสถานะติดลบไปแล้วถึง 17,000 ล้านบาท ดังนั้นจะตรึงราคาไปได้ยาวขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ พร้อมกับโยนภาระการตัดสินใจไปที่ สภาพัฒน์ และกระทรวงการคลัง ว่าจะมีมาตรการเสริมอะไรเพิ่มเติมกันอีกหรือไม่

ราคาพลังงานไฟฟ้า ก็เป็นอีกส่วนที่จำเป็นต้องขึ้นราคา แต่ยังแบ่งการขึ้นเป็นแบบขั้นบันได อีกผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ ราคาก๊าซหุงต้ม จากปัจจุบันอยู่ที่ราคา 318 บาท ต่อถัง ซึ่งรองนายกฯ ย้ำว่าเป็นราคาที่ถูกตรึงมานานกว่า 2 ปีแล้ว จึงจำเป็นว่าหลังวันที่ 31 มีนาคม 2565 ต้องปรับราคาขึ้น 15 บาทก่อนเพื่อลดภาระการอุดหนุนเดิม ขยับเป็นราคา 333 ต่อถัง หรือ กิโลกรัมละ 1 บาท เพราะราคาตลาดโลกสูงถึง 900 ดอลลาร์ต่อตันภาระการอุดหนุนเพิ่มขึนอย่างมากหากสะท้อนราคาจริงต้องอยู่ที่ 463 บาทต่อกิโลกรัม และจะขยับทุกไตรมาส

“เราจะดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ยังระบุไม่ได้ว่าการขึ้นจะนานไปถึงไหน ส่วนหนึ่งก็อยากให้ประชาชนประหยัดตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ปัจจัยรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่มีผลกระทบกับสัญญาการจัดหาน้ำมันของไทย รวมถึงปัจจุบันน้ำมันสำรองของประเทศยังมีเพียงพอใช้ต่อไปได้อีก 61 วันในภาวะฉุกเฉิน แต่หากคำนึงถึงเสถียรภาพของพลังงาน แล้วมีการสำรองเพิ่มอีก 6-7 วัน อาจต้องเก็บเงินจากประชาชนเพิ่มเข้าไปในราคาน้ำมันอีกละ 60 สตางค์ ต่อลิตร

นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (FT) งวดใหม่ช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.2565 ตามกรอบเดิมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้พิจารณาไว้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตรา 16.71 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟจะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ยังขยักไว้ว่า จะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได รวมถึงจะออกมาตรการลดผลกระทบให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย เช่น ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน หรือประมาณ 1,000-1,200 บาท อาจได้รับพิจารณาไม่ปรับเกณฑ์การคิดค่าไฟขึ้น ซึ่งต้องติดตามการประชุมเพื่อพิจารณาปรับขึ้นในวันที่ 16 มี.ค.นี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า