“ทนายออนไลน์” สตาร์ทอัพปรึกษากฎหมายเพื่อคนตัวเล็ก ให้เข้าถึงทนายได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง

หากพูดถึงเรื่องของ “กฎหมาย” และความช่วยเหลือทางกฎหมายในสังคมไทย ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่จะเข้าใจและเข้าถึง อาจเพราะโครงสร้างทางสังคมที่เป็นตัวกีดกันการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายของประชาชน เนื่องมาจากเรื่องของการขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือแม้แต่การจะจ้างทนายความสักหนึ่งคนมาช่วยเหลือในเรื่องคดีความต่างๆ ก็ต้องมีเงินจ้างจำนวนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่ราคาถูกๆ อย่างแน่นอน

หากเป็นคนที่พอจะมีกำลังทรัพย์ก็คงจะมีโอกาสเข้าถึงบริการความช่วยเหลือได้ง่าย แต่ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ทั่วไป ชาวไร่ ชาวนา หรือตาสีตาสาตามต่างจังหวัด คนเหล่านี้แทบจะไม่สามารถเข้าถึงการบริการเพื่อขอรับคำปรึกษาจากนักกฎหมายได้เลย และมักตกเป็นเหยื่อกับผู้ไม่ประสงค์ดีจนต้องสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง หรือแม้แต่ที่ดินที่นาที่ใช้ทำมาหากินจากการถูกหลอก

นี่เป็นสิ่งที่ ‘อิทธินันท์ สุวรรณจูฑะ’ หรือคุณนันท์ ผู้ก่อตั้งแพล็ตฟอร์ม ‘ทนายออนไลน์’ และยังเป็นนักกฎหมายที่คร่ำหวอดในวงการมายาวนาน 20 ปี อีกทั้งดีกรีของชายคนนี้ยังไม่ธรรมดา เพราะเคยผ่านงานในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทมหาชนรายใหญ่ของประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติ

ทั้งยังถูกจัดอันดับให้เป็นทนายความชั้นนำใน Chambers & Partners ปี 2022 และได้รับการยอมรับว่าเป็น ทนายความที่ปรึกษาสำหรับการควบรวมกิจการ อสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้างใน The Legal 500 จากทนายความทั่วโลก รวมถึงใน A-List Top 100 Lawyers ในประเทศไทยของ Asia Business Law Journal

และ ‘ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา’ หรือคุณป้อม ผู้ร่วมก่อตั้งที่ถือว่าเป็นนักลงทุนแบบ Angel Investor ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพที่มี Passion ซึ่งเป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่งทั้งสองเขามองตรงกันว่า เรื่องการเข้าถึงทนาย การรับคำปรึกษาทางกฎหมายมันต้องไม่สงวนไว้แค่ผู้มีอันจะกินเท่านั้น แต่ทุกคนควรได้รับคำปรึกษากฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ในราคาที่จับต้องได้ ผ่านช่องทางที่ง่ายและประหยัดที่สุด

ทนายออนไลน์ สตาร์ทอัพแพล็ตฟอร์มที่ปรึกษาด้านกฎหมายจึงเกิดขึ้น เพื่อให้คนตัวเล็กของสังคมสามารถเข้าถึงการขอคำปรึกษาจากทนายได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินจ้างแพงๆ เป็นหมื่นเป็นแสนในการทำคดี คอลัมน์ ‘Open Mine’ ในสัปดาห์นี้ จะพาไปเปิดแนวคิดของทีมผู้ก่อตั้งถึงจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของสิ่งที่ทางผู้ก่อตั้งนิยามว่า “แกร๊บทนายความ” นั้นเป็นอย่างไร

คุณนันท์ถือว่ามีดีกรีการเป็นที่ปรึกษาที่มีชื่อเสียง และมีการการันตีในระดับสากล และที่ผ่านมาก็ทำงานในองค์กรใหญ่ระดับประเทศหรือระดับภูมิภาคทั้งสิ้น แต่ทำไมถึงมามองกลุ่มคนระดับรากหญ้าตัวเล็กๆ จนเกิดเป็นทนายออนไลน์ขึ้นมา

คุณนันท์ : จุดเริ่มต้นของเราคือ การที่คนทั่วไป หรือชาวบ้าน ที่เขาจะอยากได้ทนายที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาต่างๆ ผมซึ่งในฐานะที่เป็นนักกฎหมายอยู่แล้ว รวมทั้งเพื่อนทนายได้ก็คุยกันว่า ในบ้านเรายังไม่มีสิ่งที่เป็นเหมือน “แกร็บทนาย” ที่เป็นศูนย์รวมการให้บริการปรึกษากฎหมายที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงกฎหมาย ปรึกษาทนายได้ง่ายๆ ทันทีบนมือถือ เราก็เลยมารวมกลุ่มทนายกัน ให้ทนายที่มีเวลาว่าง หรือว่าทนายที่อยากจะช่วยเหลือผู้คน เข้ามาตอบคำถามข้อสงสัยของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งหลักๆ แพล็ตฟอร์มนี้ที่ทำขึ้นคือ จะช่วยผู้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวบริการกฎหมายที่มีคุณภาพได้ให้เข้ามาเจอเรา และมารับตอบคำถามจากเรา เราให้บริการทางด้านการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย โดยถามตอบกับทนายของเราที่คำถามละ 99 บาท ด้วยเงินเพียงแค่นี้คุณสามารถปรึกษาทนายได้เลย

ถ้าคุยเป็นคำถามต่อคำถามแล้วยังรู้สึกว่าไม่เคลียร์ คุณสามารถที่จะขอโทรคุยกับทนายได้เลยในราคา 600 บาท ต่อ 30 นาที ซึ่งถือว่าถูกมาก ถ้าเกิดเทียบกับทนายที่เรามีอยู่ซึ่งบางท่านเป็นทนายที่ทำงานให้กับสำนักงานกฎหมายต่างชาติ (Law Firm) บางท่านก็เป็นทนายความที่มีประสบการณ์นับ 10 ปี โดยปกติแล้วถ้าคุณไปติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาโดยตรงมันก็คงไม่ได้สามารถที่จะคิดราคาเรทนี้ได้อยู่แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราได้ทำขึ้นมาทั้งช่วยทนายให้มีรายได้เสริม กับช่วยประชาชนทั่วไปให้เข้าถึงกฎหมายได้อย่างง่ายขึ้นและราคาที่เป็นธรรมด้วย

หลังจากเปิดตัวทนายออนไลน์แล้วผลตอบรับช่วงแรกเป็นอย่างไร

คุณนันท์ : ช่วงแรกทนายออนไลน์ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีเกินกว่าที่คาดหมายเอาไว้ ผลตอบรับดีมีคนเข้ามาใช้บริการเยอะมาก ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้โปรโมทอะไรมากมายผ่านสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่คนจะค้นหาบน Google มาเจอเรา และทนายในทีมก็ได้ช่วยผู้คนไปเยอะ ทำให้เราเห็นด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วเนี่ยคนไทยยังขาดความรู้เรื่องกฎหมายเยอะมาก และยังโดนหลอกเรื่องซ้ำๆ อย่างที่เราเห็นทั้งเรื่องการกู้เงิน คำถามเดิมๆ

บางคนก็โดนหลอกเอาที่ดินไปจำนอง หรือกู้นอกระบบทั้งนั้น เคสพวกนี้บางทีถ้าจะต้องไปจ้างทนายเองมันเป็นอะไรที่แพงมาก เราเลยคิดรูปแบบการให้บริการที่เริ่มต้นเพียง 99 บาท คุณสามารถถามคำถามกับทนายได้เลย หรือถ้าอยากได้รายละเอียดต่างๆ แบบชัดเจนมากขึ้น ก็สามารถโทรคุยปรึกษา ซึ่งแลกกับการที่คุณจะไม่ต้องเสียรู้กับมิจฉาชีพ แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี หรือแลกกับการที่ไม่ต้องสูญเสียที่ดิน ที่นาไปเลย ผมว่ามันคุ้มค่านะ

แล้วในแพลตฟอร์มเรา เราเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างทนายความทั่วประเทศที่มาร่วมงานกับเรา กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเราได้สกรีนทนายให้ก่อนว่าทนายเหล่านี้มีคุณสมบัติพอที่จะตอบคำถามพวกคุณหรือไม่ เพราะว่าตัวผมก็ทำงานกฎหมายมา 20 กว่าปี การที่จะสกรีนคนผมทำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ทนายคนไหนเข้ามาแล้วเรารับหมดนะ คือต้องดูประวัติ ดูความสามารถ คือเหมือนคนเข้ามาทำงานในบริษัทเลย จะสัมภาษณ์คนที่เข้าแพลตฟอร์มเราได้ต้องเชื่อมั่นว่า เขาต้องตอบคำถามเราได้หมด ตัวแพล็ตฟอร์มที่มีผู้เข้ามาถามนั้นคุณจะถามเรื่องอะไรๆ เช่นกฎหมายครอบครัว กฎหมายที่ดิน กฎหมายแพ่ง พาณิชย์ กฎหมายแรงงาน เขาจะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เลยและสามารถตอบข้อสงสัยของผู้รับบริการได้อย่างดีและชัดเจนอีกด้วย

ตอนนี้มีทนายที่ให้บริการสักกี่คน แล้วแบ่งสัดส่วนการทำงานอย่างไร

คุณนันท์ : ตอนนี้ทนายเรามีทั้งหมด 40 กว่าคนทั่วประเทศที่พร้อมที่จะมาทำกับเรา ในตอนเริ่มต้นเรามีทนายอยู่แค่ 1 คนเท่านั้น เราก็มองว่า ทั้งตัวทนายจะมีค่าตอบแทนในการทำงานกับเราอย่างไร เพื่อให้สมกับที่เขาร่วมทำงานกับเรา สมมุติว่า 99 บาท ต่อคำถามคุณจะได้รับส่วนแบ่งไป 60% มันก็แค่ 59 บาท ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าทนายเขาจะยอมเสียเวลามานั่งตอบคำถามอย่างนี้เหรอ ปรากฎว่าผลตอบรับดี ทางทนายบอกว่าดีมาก ได้ช่วยเหลือผู้คนซึ่งเขาชอบ จริงๆ ที่เขาได้เอาวิชาชีพที่มีติดตัวมาได้ช่วยคนมากกว่าที่มองเป็นตัวเงิน ตัวเงินก็เป็นตัวที่เสริมรายได้ให้ทนาย ซึ่งเดือนหนึ่งก็ได้พอสมควร แต่หัวใจหลักๆ แล้วคือได้ช่วยคนเป็นสิ่งที่ทนายที่ทำงานกับเราชอบกันมากๆ พอเราไปพูดถึงสิ่งที่เราทำหลายคนก็เอาด้วย อยากจะเข้ามาร่วมกับเราหมดเลย

คุณป้อม : ผมในฐานะของผู้ร่วมทุน ผมก็มีความสุขเหมือนกัน ลูกค้าขอบคุณและก็บอกว่าคุ้มมากเลย จ่าย 99 บาท เขาไม่คิดว่าการได้ปรึกษาทนายมืออาชีพจะต้องจ่ายเงินเพียงแค่นี้ได้ เราก็มีความสุขแล้ว ที่สำคัญคุยกับทนายที่เป็นทีมเรา เราก็เห็นความตั้งใจของเขา เขามีความสุขในการได้ช่วยคน เพราะว่าเวลาลูกค้าที่จ่ายและมาใช้บริการเรา เขาส่งข้อความมาที่เราและขอบคุณ บางคนก็ส่งมาบอกว่านี่เป็น 99 บาทที่คุ้มที่สุดเลย ผมต้องบอกว่าทนายของเราที่ตอบคำถามคนๆ หนึ่ง กับการใช้เวลาหนึ่งคำถามเพียง 99 บาท บางทีต้องค้นหาข้อมูลหาคำพิพากษาศาลฎีกามาเพื่อซัพพอร์ตข้อมูล ใช้เวลา 20-30 นาที เพื่อตอบคำถาม 99 บาท เพราะบางทีต้องให้ชัวร์จะตอบไป มันเหมือนกับคุณหมอ ที่คุณบอกคนไข้ไปแล้วมันต้องถูกต้อง ไม่อย่างนั้นเขาเอาข้อมูลที่เราให้ไปใช้อย่างผิดๆ เข้าใจผิดๆ มันก็คงจะไม่ดีอย่างแน่นอน และทำให้เห็นว่าเราเองใส่ใจในทุกๆ คำถามของผู้ที่มาปรึกาษาเราจริงๆ

มีเคสไหนที่รู้สึกว่าพอได้ช่วยแล้วประทับใจและเป็นพลังใจให้เรา

คุณป้อม : มีเคสนักร้องท่านหนึ่งซึ่งเป็นนักร้องดังด้วย เหมือนเขามีปัญหาด้านกฎหมายอะไรอยู่แล้ว และจู่ๆ เขาก็มาปรึกษาเรา พอปรึกษาจบเขาก็เริ่มเหมือนกับไปแสดงสิ่งที่เขามีความมั่นใจมากขึ้น ขอไม่บอกว่าใครนะ เพราะพูดชื่อไปคนอ๋อทั้งประเทศแน่ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นจิตกุศล รู้สึกกล้าขึ้นมาแสดงสิทธิ์ของตัวเองในการยืนยันข้อมูลบางอย่างจากเรา

รวมถึงเคสที่มีอย่างคุณยายคนหนึ่งที่ไม่ถนัดในเรื่องของการทำธุรกรรมออนไลน์ อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หรือว่าโอนเงิน ATM เขาก็พยายามขอให้ทีมงานเราช่วยเหลือ ทีมงานเราก็อธิบายตั้งแต่เรื่องของขั้นตอนการทำธุรกรรม จริงๆ เราช่วยฟรีก็ได้นะ แต่เราไม่อยากให้มีวัฒนธรรมของการได้ฟรีตรงนั้น ก็จะเห็นหลายเคสที่รู้สึกว่าเราได้ช่วยจริงๆ

คุณนันท์ : ขอเสริมที่พี่ป้อมพูด คือเราทำฟรีก็ได้ แต่คือ 99 บาทมันไม่ได้มากอะไร แต่เราไม่อยากตั้งมาตรฐานว่า คนมาถามฟรี ซึ่งหลังๆ ทนายที่เจอคือ บางคนมาสอบถามข้อสอบ อันนี้เราไม่ช่วย เราอ่านเรารู้เลยคุณถามข้อสอบเราก็ปฎิเสธ คือบางคนก็ใช่ช่องทางนี้ในทางที่ผิด คือคำถามบางคำถามเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่เกิดขึ้นกับชีวิตจริงๆ นึกออกไหม อย่างที่เราเจอบ่อยๆ

มีเรื่องไหนที่อยากสื่อสารหรือเน้นให้กับคนทั่วไปรู้ว่าเราจะต้องเข้าใจบ้าง

คุณนันท์ : เราพยายามที่จะสื่อสารให้ความรู้กับคนทั่วไปเรื่องเงินกู้นี่แหล่ะ เป็นอะไรที่ก็อยากจะย้ำอีกที ตอนนี้เห็นหนักเลย พวกหลอกโอนเงินมันมีเยอะมาก ซึ่งตรงนี้มันเป็นอะไรที่เรามองว่ามันควรจะต้องให้ความรู้กับประชาชนให้มากขึ้น และอย่างที่เราเจอบ่อยๆ คือไปทำสัญญากู้กันเอาไว้โดยไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือไม่ออก ไม่ได้ใช้ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ทำให้อาจจะต้องเสียที่ดินไป เพราะว่าเราเอาเป็นหลักประกันโดยที่ไม่มีใครให้คำปรึกษาเขา

แต่ถ้าเขามาเจอเรา แล้วปรึกษาเราก่อนเพียงแค่ 99 บาท ถามเราสักนิดนึง เราก็ช่วยเขาได้ ส่งข้อมูลมาให้เราดูและถามคำถามเดียวว่าสัญญาแบบนี้ได้ไหม ไม่เสียเปรียบ ไม่โดนหลอกใช่ไหม เราก็อ่านและตอบให้ได้เลย ว่าแบบนี้โอเคนะ หรือแบบนี้ไม่โอเค ไม่ควรทำ เพราะอะไรยังไง มันก็จะช่วยให้ชาวบ้านที่ขาดความรู้ ขาดการเข้าใจสามารถที่จะป้องกันตัวเองได้มากขึ้น

เรื่องกู้นอกระบบ การหลอกโอนเงิน จริงๆ ก็มีเคสเป็นข่าวเยอะมาก แต่ทำไมยังมีคนโดนหลอกกันอยู่เรื่อยๆ

คุณนันท์ : ผมคิดว่า เมื่อถึงคราวเข้าตาจน คนเกิดมีความลำบาก เขาต้องการเงิน บางทีก็ขาดความรู้ หรือสติไตร่ตรอง เพราะเป็นชาวบ้านไม่มีความรู้ว่า การกู้เงินจริงๆ ไม่ต้องไปโอนเงินให้เงินเขาก่อน ทำไมต้องให้เงินเขาก่อน เพราะมันไม่ได้มีตรรกะที่ดูเป็นเหตุผลที่ถูกต้องเลย แต่บางคนเขามองว่าฉันจะได้เงิน 50,000 หรือ 200,000 แค่โอนเงิน ไปให้ 1,000 บาท 500 บาท ก็ยอม อาจจะเป็นมุมมองว่า คงจะได้เงินจริงก็ได้ เลยลองเสี่ยงดูเผื่อมันใช่ สุดท้ายโดนหลอกเสียงเงินเสียทองกันไปตามระเบียบ

ยิ่งตอนนี้ยิ่งหนักเลยคือ SMS หลอกลวงต่างๆ เช่น คุณได้รับเงินกู้แล้วนะ หรือว่าพวกคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์นั้น หรือหนักถึงขั้นมาจากหน่วยงานบังคับคดีความต่างๆ ผมก็มองว่าจริงๆ ทางหน่วยงานทางราชการก็ออกสื่อกันเยอะแล้ว มีการเตือนภัยก็เยอะ แม้แต่ธนาคารเองก็ออกเตือนให้ระวัง แต่ผมก็เชื่อว่าเพราะความเดือดร้อนของคนทำให้เกิดปัญหาตรงนี้ขึ้นมา

อย่างที่บอกแพล็ตฟอร์มของเราไม่ได้มีแค่การเข้ามาขอคำปรึกษาเท่านั้น แต่เรายังมีในส่วนของบทความให้ความรู้เรื่องกฎหมาย ที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ให้อ่านเพื่อประดับความรู้อยู่แล้ว ซึ่งก็จะเกี่ยวกับการเตือนภัยต่างๆ การรู้เท่าทันกฎหมาย หรือแม้แต่เรื่องที่เราไม่รู้เลยว่าปัญหาบางอย่างมันมีวิธีการแก้ไขรับมือแค่นิดเดียวเอง เพื่อให้เราไม่โดนหลอก และมีประโยชน์กับผู้อ่านด้วย

เรื่องกฎหมายแรงงานก็จะถามมาเยอะ เช่น โดนเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมต้องทำอย่างไรบ้าง หรือโดนนายจ้างเอาเปรียบ ตรงนี้ก็มีเข้ามาปรึกษาเยอะว่าต้องทำยังไง และก็อย่างทนายที่เข้าร่วมกับเรา บางคนได้งานต่อยอดไปจากแพลตฟอร์มนี้กันเยอะคือได้ไปทำคดีให้ ได้ช่วยเหลือคน ซึ่งหลายๆ คนที่ไปช่วยคนก็แฮบปี้นะอย่างที่เขาไปช่วย เขาก็บอกดีจังเลย คิดค่าปรึกษาไม่แพง แถมให้ทิปด้วยซ้ำ ก็มีเยอะ ผมคิดว่ามันเป็นการช่วยทั้งคนที่มาใช้บริการและผู้ให้บริการทั้งสองฝ่าย

คุณป้อม : ขอเล่านิดหนึ่งในเรื่องของการบริการที่เป็นเบสิคที่คำถามละ 99 บาทก็จริง แต่มันมีการต่อยอดเป็นคีย์เซอร์วิสอื่นๆ ถ้าลูกค้าอยากจะต้องการให้ช่วยมากกว่านั้นอย่างเช่นทำคดีให้ ทนายเราก็พร้อมที่จะไปรับงานตรงนั้นต่อ มันก็เป็นเซอร์วิสตั้งแต่ต้นจนถึงท้าย ส่วนในเคสที่ว่าทำยุคนี้คนหลอกลวงเยอะจังหรือว่าคนโดนหลอกลวงเยอะ ผมว่าความที่พวกมิจฉาชีพเป็นมืออาชีพ เขาตั้งใจจะมาหลอก เขาก็เข้าใจในเรื่องของมนุษย์ มนุษย์เราจะมีสองสิ่งที่สามารถหลอกได้ก็คือ ใช้ความโลภกับความกลัว สังเกตช่วงนี้มันจะใช้ความกลัวของคนค่อนข้างเยอะ เขาจะพยายามทำให้กลัวไว้ก่อน แน่นอนเรื่องความรู้ความเข้าใจก็เป็นเรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องก็คือเรื่องความเป็นมืออาชีพของพวกมิจฉาชีพพวกนี้ ผมว่าเขามีการเตรียมแผนเตรียมอะไรไว้ แน่นอนคนที่โดนไปแล้วก็ถือว่าเป็นบทเรียนและก็มันพลาดไปแล้ว มันอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลี่ยงยาก แต่ถ้าใครยังไม่โดนหรือว่าใครโดนอีกก็ขอให้มองทนายออนไลน์เป็นตัวช่วยตัวหนึ่งเข้ามาสอบถามได้

คุณนันท์ : อย่างที่ถามตอนแรกว่าเราช่วยอะไรยังไงได้บ้าง และราคาที่เราคิดเอาไว้เป็นยังไง คือถ้าเรามองกันจริงๆ สมัยก่อนเราคิด 50 บาทตอนนี้เราปรับเป็น 99 บาท ถ้าเกิดคุณออกจากบ้านต้องไปหาทนายก็ต้องมีค่ารถ ค่าเดินทางต่างๆ มันเกินจากตรงนี้ไปแล้ว และทนายของเราเปิด 24 ชั่วโมง เที่ยงคืนเราก็เปิดตลอด คุณมีปัญหาช่วงไหน คุณว่างๆ หรือว่าเกิดทุกข์ใจ เราจะเป็นที่พึ่งให้คุณได้ คุณไม่ต้องเดินทางเสียค่ารถไปไหนเลย แค่เข้าแพลตฟอร์มเรามา เราก็ตอบคำถามให้ได้แล้วมันประหยัดค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาของคุณทุกอย่าง

เพราะฉะนั้นคิดว่มันตอบโจทย์ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทำในตลาดของเรา ก็ส่วนทนายที่ทำเพจถามตอบฟรีมีไหม มี แต่เขาไม่ได้เรียลไทม์แบบเรา เขาไม่ได้ตอบทันทีและไม่ได้ไปผู้เชี่ยวชาญในทุกด้าน ส่วนใหญ่เป็นทนายทั่วไปที่เป็นสำนักงานกฎหมายที่บอกว่า หากมีคำถามก็ส่งเข้ามาในอีเมล์ของเราได้นะ ที่อยู่บนหน้าเว็บไซด์ของเขา และถามคำถามแต่คำถามก็คือว่าทนายเหล่านี้ได้ดูทุกวันหรือเปล่า อาจจะอาทิตย์หนึ่งมาดูครั้งหนึ่งและตอบทีเดียว แต่สำหรับคนที่มีความเดือดร้อนอยุ่ เขาคงอยากได้คำตอบเดี๋ยวนั้น เขาอาจจะอยากทำสัญญาเดี๋ยวนั้น มันร้อนใจนะ เพราะบางทีเขาอยากได้คนที่แก้ปัญหาให้เขาได้ในขณะนั้นเลย

สำหรับทนายออนไลน์อย่างช้าเราตอบคำถามไม่เกิน 2 ชั่วโมง มันจะเป็นจุดที่ทำให้ คือคนไทยชอบความรวดเร็วอยู่แล้ว อย่างเช่นพวกดิลิเวอรี่ก็ต้องความรวดเร็ว ของเราใช้หลักการคือความรวดเร็ว ถูกต้องและให้ประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าเช่นกัน คำตอบของเราคือเพื่อช่วยเขาจริงๆ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นทำคดีแล้วนะ คุยแค่นี้ก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องว่าความทนายนะ ให้คำแนะนำแบบนั้นก็แก้ปัญหาได้แล้ว

ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มแรกๆ ที่ทำถามตอบเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ คิดว่าอนาคตมันจะมีคนทำแข่งไหม และจะพัฒนาทนายออนไลน์ให้มันแข็งแกร่งได้อย่างไร

คุณนันท์ : ผมเชื่อว่าคงมีคนทำแข่งอยู่แล้ว เขาแค่พัฒนาสิ่งที่มีอยู่ แต่คำถามคือ การที่เรามั่นใจคือเรามั่นใจทนายที่เป็นทีมงานของเรา เรามีการคัดเลือทนายที่จะมาอยู่ในทีมของเรา มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีใจที่อยากจะช่วยเหลือคนที่ประสบปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เป็นทนายแบบหวังที่จะได้เงิน เพื่อไปค่าว่าความเป็นหลัก ถ้าเป็นบริษัทกฎหมายทั่วไปก็จะเน้นการพาณิชย์ เขาจะเน้นงานเป็นหลัก อาจจะตอบฟรีบ้าง แต่นั่นคือเพื่อที่จะได้งานต่อๆ มา

แต่ของเราต้องการความช่วยเหลือประชาชน ทนายคนที่มาอยู่กับเราคือไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นหลักนะ มองว่าได้ช่วยเหลือประชาชน ได้ช่วยเหลือคนทั่วไปให้เขาสามารถเข้าถึงกฎหมายได้ และได้แก้ปัญหาชีวิตเขา เพื่อให้เขาคลายทุกข์ บางคนที่เราตอบกลับไปเขาบอกว่า คืนนี้หลับสบายแล้ว เครียดมานาน ขอบคุณมากนะคะทนาย เราก็มีความสุขแล้วแค่นี้

คุณป้อม : การที่ทำแล้วจะมีคนมาทำร่วมด้วยอะไรแบบนี้ เราก็มองว่าไม่ใช่คู่แข่ง แต่จะเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับสังคม แต่เราไม่กังวลเพราะว่าการที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กันกับพี่นันต์ ที่เป็นนักกฎหมายมืออาชีพ เป็นตัวจริงในวงการ ทุกคนทราบอยู่แล้วว่ามีทนายในเครือข่าย มีคอนเน็คชั่นมากมาย ก็เลยมีความรู้สึกมั่นใจในเรื่องของฝีมือ เราครอบคลุมทั้งหมด ใครจะมาทำแข่งก็คงไม่ง่ายเท่าไหร่และตัวผมเองก็ถนัดในเรื่องของแพลตฟอร์ม ในเรื่องของสตาร์ทอัพ

และก็ในตัวของ Co-Founder ที่เป็นนักกฎหมายมืออาชีพ กับคนที่ทำตรงนั้นก็คือแพลตฟอร์มเรามีความมั่นใจว่ายังไงเราก็เป็นเดอะวินเนอร์ และเราก็ออกตัวเร็วด้วย อันนี้ผมก็มองว่าเป็นเรื่องสำคัญและตอกย้ำสิ่งที่พี่นันพูดไปเมื่อกี้ มันเป็นความลงตัวพอดีของเรื่องช่วงเวลาด้วย เพราะว่าความพร้อมของผู้คนและพฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปแล้ว ผู้คนถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ที่จะต้องออกไปไหนก็สามารถที่จะทำธุรกิจธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งทุกคนจะคุ้นชินกับวิธีการแบบนี้ โดยเฉพาะ 2 ปีที่เราผ่านโควิดมา เราเห็นชัดเลย ผมมองว่าอันนี้มันเป็นตลาดใหม่ เป็นเรื่องของโอกาสใหม่ๆ เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้ผู้คนใหม่ๆ ซึ่งมันจะเป็นเทรนด์ใหม่ อะไรก็ตามที่เป็นเทรนด์ใหม่ อะไรก็ตามที่มันเข้ามาในวงการนี้ เราไม่ได้มองว่าใครเป็นเดอะวินเนอร์ แต่เรามองว่าช่วยสังคมเราได้แค่ไหนมากกว่า

มองอนาคตของทนายออนไลน์หลังจากนี้อย่างไร

คุณป้อม : ก็มองว่าเราอยากจะให้ทนายออนไลน์ได้ช่วยเหลือคนให้ได้เยอะที่สุด ให้คนรู้สึกว่าเรื่องกฎหมายไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว ไม่มีใครช่วยเราเลย อยากให้ทนายออนไลน์ในการช่วยเหลือคนอยู่ในจุดนั้น ส่วนในเรื่องของโมเดลธุรกิจ แน่นอนเราอยากให้ทนาย มีรูปแบบของการทำงานในรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปหาหรือว่าหาลูกค้า ลูกค้าสามารถเข้ามาหาทนายได้ พูดง่ายๆ ถ้ายกตัวอย่างก็เหมือนแกร็บ เหมือนอูเบอร์ ในวงการทนายสิ่งที่เราจะทำเราอยากให้เกิดแบบนั้น

คุณนันท์ : มองแบบเดียวกับพี่ป้อมเลย ก็คือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำคือ ผมในฐานะเป็นทนาย เราก็อยากจะช่วยเหลือเพื่อนทนายด้วยกันด้วยที่เขาอยู่ทั่วประเทศนี่แหล่ะ ให้เค้ามีโอกาส เวลาว่างที่เขาไม่ได้อยู่ศาล หรือกลับบ้านช่วงค่ำๆ ก็ได้ช่วยประโยชน์ผู้คนได้ และก็ได้รายได้เสริมให้เขาด้วย และก็หวังว่าอยากจะให้มันโตไปทั่วประเทศ ให้มีทนายในแพลตฟอร์มเรามากที่สุด แต่ก็แน่นอนคุณภาพก็สำคัญเราต้องสกรีนคุณภาพของทนายที่จะมาเข้าร่วมกับเรา ไม่ใช่ว่าใครก็ตามที่เป็นทนายจะมาเป็นกับเราได้ทั้งหมดก็คงไม่ใช่ ก็อย่างที่เราเห็นพวกธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ เราไรเดอร์ที่ดี และไรเดอร์ที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นคุณภาพสำคัญที่สุด และคือสิ่งที่เรามองเป็นหลัก

ทุกวันนี้คนวิ่งเข้าหาทนายที่มีชื่อเสียง ทนายที่มีแสง เรามองอย่างไร และทนายออนไลน์มีจุดแข็งอะไรที่จะสู้ได้

คุณป้อม : เรามั่นใจว่าทนายออนไลน์ของเราจะมีแสงไม่น้อยกว่าเขา เอาจริงๆ ทนายแต่ละคนที่เราเห็นในปัจจุบันต้องชื่นชมนะ ถือว่ามาช่วยสังคมได้ ด้วยพลังของท่านต่างๆ ตรงนั้นจะมีสักกี่คน 2 คน 5 คน 10 คน ระยะยาวอาจจะรับมือไม่ไหว ทนายออนไลน์ เราอยากจัดรูปแบบจัดระบบ จัดโมเดลธุรกิจให้ตัวทนายเองได้ด้วย ให้คนเข้าถึงเรื่องของทนายได้ด้วย ฉะนั้นในเรื่องที่เราทำมากกว่า เรื่องของสิ่งที่พูดมาตอนต้น ก็คือเราเข้าไปจัดระบบให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในระบบนิเวศน์ได้สิ่งตอบแทนที่ตัวเองรู้สึกว่าโอเค แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเลขที่สูง แต่เขาก็ได้รายได้ เขาได้กลุ่มลูกค้าในฝั่งของทนายและที่สำคัญคือได้ช่วยสังคมด้วย

คุณนันท์ : ผมมองว่าอย่างทนายที่ดังๆ ทั้งหลายก็มีความสามารถอยู่แล้วอันนั้นเราไม่เถียง และเชื่อว่าหลายคนถ้าให้เลือกได้ก็อยากได้ทนายที่มีชื่อเสียงเพราะเขามีความมั่นใจ แต่ทีนี้คำถามคือคุณสามารถที่จะไปจ่ายค่าทนายเหล่านั้นได้ไหม อันที่ 1 ก่อน และอันที่ 2 อย่างที่พี่ป้อมบอกทนายจะมีเวลารับทุกเคสได้เหรอ เขาจะช่วยเหลือคนได้ทั้งหมดเหรอก็คงไม่ใช่ ถ้าเกิดคุณสามารถที่จะช่วยได้มีทางเลือกได้ เราก็ยินดี และดีใจด้วย ที่เขาจะได้รับการปรึกษาจากนักกฎหมายที่ดี และเขาก็จะมีความมั่นใจ แต่เราจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยกว่า ทนายที่ทำงานกับเราก็มีคุณสมบัติทำงานมา 30-40 ปีก็มี ไม่ใช่ไม่มี และความรู้ความสามารถไม่ได้ด้อยกว่า แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากกว่า อย่างความรู้กฎหมายทั่วไปทุกคนก็เรียนรู้ได้ก็มีกัน คือจบทนายมาผมเชื่อว่าทุกคนมีความรู้กฎหมายไม่ได้ด้อยกว่ากัน แต่ว่าประสบการณ์ที่เขามีอยู่จากการที่เขาทำเคสเยอะๆ ทำให้เขาเก่งกว่าคนอื่น ตรงส่วนนี้ผมก็เลยมองว่าจริงๆ ทนายของเราก็มีประสบการณ์เยอะ ประสบการณ์น้อยก็ปนๆกันไป แต่คำถามว่าข้อกฎหมายเบื้องต้นที่เราจะตอบคำถามเขาได้ให้ถูกต้องเรามี คุณฟังที่เขาตอบคำถามไปแล้ว คุณจะใช้ทนายดังก็เป็นเรื่องของคุณ คุณคิดว่าคุณจะใช้ทนายของเราก็ทำได้ เราคิดว่าคุณภาพของเราก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน แต่อยู่ในราคาที่เข้าถึงได้ด้วย

ในมุมของนักลงทุนมองเห็นอะไรที่จะลงทุนกับเรา

คุณป้อม : ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่าหลังจากเราออกตัวไม่นานก็มีนักลงทุนเข้ามาก็เป็นคนที่เรารู้จักก็ขอบคุณทั้ง 2-3 ท่าน ที่ไว้เนื้อเชื่อใจเราและก็มองถึงสิ่งที่เราอยากทำว่ามันมีประโยชน์จริงๆ ก็ใช้เวลาไม่นานในการพูดคุยใช้ระยะเวลาสั้นๆ อ

คุณนันท์ : ผมคิดว่าทุกคนที่มาร่วมลงทุนกับเรา 1 คือเขาเชื่อมั่นในตัวพี่ป้อม พี่นัน เพราะว่าพี่ป้อมเป็น Angle Invester รุ่นแรกๆ เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านสตาร์ทอัพอยู่แล้ว ในการที่พี่ป้อมไปลงอะไรทำอะไร เขาคงเห็นแล้วว่าตรงนั้นคือสิ่งที่ดีต่อสังคมและมีประโยชน์ ส่วนตัวผมคือผมเป็นนักกฎหมายมาประมาณ 20กว่าปีเขาก็เชื่อใจเป็นหลักอยู่แล้ว และก็ในชื่อเสียงของผมที่ทำด้านกฎหมายมาก็เรียกว่าเป็นที่ยอมรับอยู่ การที่เราจะมาทำด้านกฎหมายสิ่งที่ตรงกับตัวเราคนก็มีความมั่นใจที่จะมาลงทุนกับเรา ต้องเรียนว่าคนที่มาลงกับเราบางคนเป็นคนที่ชอบนวัตกรรมใหม่ๆ บางคนก็เป็นคนที่มองว่าธุรกิจตรงนี้ไปได้และได้ช่วยเหลือคนด้วยและตอบโจทย์คนที่มันขาดอยู่เป็นจิ๊กซอหนึ่งที่จะเข้ามาเชื่อมระหว่างชาวบ้านที่จะหาช่องทางที่ปรึกษากฎหมายต้องการคำตอบทางกฎหมายกับตัวทนายความที่จะหาลูกความแต่ไม่รู้ว่าจะหายังไง เพราะเข้าไม่ถึง เราคือตัวกลางที่เชื่อม 2 ตัวเข้าหากันและให้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

พี่ป้อม : ต้องขอบคุณนักลงทุนทั้งสองท่าน ก็คือพี่ต่อ โสมพัฒน์ ไตรโสรัส กับพี่วี วีระพล ไชยธีรัตต์ คือเรียนอีกมุมหนึ่งโดยฝั่งเราเองไม่ใช่ที่จะเปิดรับนักลงทุนทั่วไปเหมือนกันนะ เราเองก็มองว่านักลงทุนที่จะมาลงทุนในทนายเนี่ยต้องมีดีเอนเอเหมือนกัน ต้องเข้าใจสิ่งที่เราทำต้องมองเรื่องการช่วยเหลือสังคม ต้องมีความเข้าใจในธุรกิจออนไลน์ ต้องขอบคุณทั้งสองท่านก็มองเห็นวิชั่นของเราในมุมของเราเองก็เลือกนักลงทุนเป็นอย่างดี ถ้าดีเอ็นเอไม่ตรงกัน หรือมองในแง่ของการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในตัวเงินอย่างเดียวเราก็ไม่เอา สิ่งที่เราเลือกในมุมนักลงทุนนอกจากความเข้าใจดีและดีเอ็นเอตรงกัน หรือว่ามีกำลังในการช่วยเราในมุมอื่นๆ ด้วยอย่างเช่นไอเดีย คอมเมนต์ รวมถึงการดึงพาร์ทเนอร์ที่เราจะโตขึ้นไปในอนาคต

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่สะดุดชื่อของทั้ง 2 ท่านที่เป็นนักลงทุนในสตาร์ทอัพอย่างทนายออนไลน์ โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจจะต้องรู้จักหรือคุ้นชื่อของ ‘โสมพัฒน์ ไตรโสรัส’ หรือคุณต่อ รองประธานกรรมการบริหาร บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์แสนล้าน และเป็นลูกเขยเจ้าสัวเจริญ แห่งไทยเบฟฯ และ ‘วีระพล ไชยธีรัตต์’ หรือคุณวี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) ธุรกิจเครื่องหนังรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อะไรที่ทำให้ทั้งสองคนเลือกที่จะลงทุนกับทนายออนไลน์ และมองเห็นอนาคตอะไรของแพล็ตฟอร์มนี้

คุณต่อ : ผมมองว่าทนายออนไลน์ เป็นแพล็ตฟอร์มที่ช่วยเหลือทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวทนายเองที่มีอยู่ทั่วประเทศ เขาสามารถเข้ามาแพลตฟอร์มนี้ และช่วงเวลาว่างเขาจะเห็นว่ามีลูกค้าตั้งคำถามอะไรไว้ เขาสามารถมาช่วยตอบคำถามนี้ได้ ก็เป็นการช่วยเหลืออาชีพทนายทั่วประเทศ ในส่วนของลูกค้าบางคนไม่ได้มีที่ปรึกษากฎหมาย อาจจะอยู่ต่างจังหวัด มีติดข้อปัญหานิดๆ หน่อยๆ หรือว่าอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้ เขาสามารถเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้และก็ทิ้งคำถามเอาไว้หรือไม่ก็ดูว่ามีทนายคนไหนสามารถตอบคำถามได้รวดเร็ว ถ้าทนายปรึกษาไปและมีเคสที่จะให้เขาช่วยเหลือต่อก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ ก็คิดว่าเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายทั้งคนทั่วประเทศ และก็อาชีพทนายทั่วประเทศ

คุณวี : ผมเชื่อมั่นใน Founder ของผมประเภทบุคคลนำธุรกิจ ตัวบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญของการมองสตาร์ทอัพเลย ถ้าตัวแข็งๆ ตัวท็อปของประเทศทั้งพี่ป้อม พี่นันต์ พี่วีอยู่ตรงนี้ ก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องไม่เชื่อมั่น คือโมเดลธุรกิจแบบนี้ มันกรีนเลย บลูเลยไม่มีใครทำมาก่อนเลย และมันยังพลิกแพลงได้หลายสถานการณ์ ตัวโมเดลธุรกิจไม่มีวันนิ่งมันจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คือเริ่มต้นวันนี้และเราก็ปรับเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ แต่ว่าจุดแข็งก็กลับมาที่เดิมเนื่องจากตัวท็อปอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวสถานการณ์เปลี่ยนแปลงก็จะเปลี่ยนได้อีกหลายท่วงท่า โมเดลธุรกิจไม่ใช่คำตอบแรก อย่างพี่ป้อมเรียกได้ว่าเป็นพ่อของ Angle ระดับประเทศ คุณต่อก็สุดยอดของเจ้าสัวเมืองไทย ส่วนคุณนั้นก็เป็นทนายฝีมือมือดีการันตีด้วยประสบการณ์และติดอันดับในลิสต์ของโลก กลุ่มบุคคลระดับนี้ ความแข็งแรงหลังบ้านดีมาก และมีทีมงานด้านเทคโนโลยียิ่งไม่ต้องห่วงเลย ผมเห็นพี่ๆ แบบนี้เราไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เพราะผมเห็นตัวท็อปผมเดินตามเลย

ตอนนี้ทนายออนไลน์ตั้งเป้าหมายค่อนข้างใหญ่ ในมุมของนักลงทุนคิดว่าตัวแพลตฟอร์มจะสามารถไปถึงจุดนั้นอย่างไร

คุณต่อ : ผมว่าถ้ามีคนรู้แพลตฟอร์มนี้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้ใช้ ถ้ามีผู้ใช้เยอะขึ้นตัวทนายต้องมารองรับจำนวนผู้ใช้ที่เยอะขึ้น คิดว่าน่าจะโตไปเรื่อยๆ แต่ประเด็นคือทำยังไงให้เรารู้จักแพลตฟอร์มเราให้เยอะขึ้น ซึ่งเราก็กำลังดำเนินการอยู่ คิดว่าอาจจะขยายแน่ๆ

แสดงว่าทุกวันนี้คนไทยเข้าถึงเรื่องของกฎหมายหรือว่าเข้าถึงบุคลากรทางกฎหมายโดยปกติทั่วไปค่อนข้างมีข้อจำกัดมาช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ด้วย

คุณต่อ : อันนี้ถูกเลย เพราะว่าความรู้กฎหมายโดยเฉพาะกับคนที่อยู่นอกเมืองไปยังจำกัดมาก เรื่องไม่ซับซ้อนบางทีต้องถามทนายเอาไว้ก่อนจะดีกว่า ทั้งเรื่องที่ดิน เรื่องครอบครัวเรื่องลูกมันมีข้อกฎหมายเยอะมาก

ประเด็นที่อย่างเคยเจอมาอย่างเช่นคนชอบมองว่าจะมีเพจทนายฟรีๆ ที่ให้คำปรึกษา แต่ว่าในมุมของทนายออนไลน์มองว่ามันต้องเก็บค่าบริการ ในเมื่อเราต้องสู้กับของฟรี คิดว่าเราจะสู้อย่างไร

คุณวี : เท่าที่ดูนะเพจที่ฟรีๆ ส่วนใหญ่เขาจะตอบสนองช้าและตัวทนายเองที่เข้ามาอาจะก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ตรงจุดของความต้องการให้ลูกค้า บางทีเขาอยากได้คำตอบหรือว่าคำยืนยันจากทนายอย่างรวดเร็วและแพลตฟอร์มเราไม่ได้เก็บค่าบริการแพงอะไร 99 บาทต่อเคสถือว่าไม่ได้มากอะไรเลย อาหารจานหนึ่งเดี๋ยวนี้ก็ 60 บาท แล้ว อาหารจานในฟู้ดคอร์ดก็ 80 บาท ก็คือเราชาร์ทเพื่อเอารายได้มาพัฒนาระบบให้ดี และก็พัฒนาต่อไปในแง่การบริการลูกค้าได้รวดเร็ว และได้ทนายที่มีความสามารถที่จะตอบคำถามได้โดนใจมากขึ้นและก็ตรงจุด และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเคสนั้นๆ ซึ่ง 99 บาท เหมือนฟรี พอคนมีปัญหาจริงๆ เขาถามข้อกฎหมาย 1-2 ข้อก็คุ้มแล้วไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงไป

คาดหวังว่าทนายออนไลน์จะมาเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมของการเข้าถึงกฎหมายเลยหรือไม่

คุณต่อ : มองว่าอยากให้เป็นอย่างนั้น เหมือนแกร๊บที่เข้ามาเปลี่ยนวงการส่งอาหารเดลิเวอรี่ แต่ก็เรื่องแกร็บมันเป็นการส่งของหรือว่าส่งคนมันก็เป็นงานๆไป ซึ่งเสร็จรวดเร็ว แต่เรื่องทนายเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นการเลือกเฟ้นทนายมาในแพลตฟอร์มเราต้องมีความรู้ความสามารถ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีชื่อเสียงต่อไป ซึ่งคิดว่าไปในทิศทางนั้นที่จะปฏิวัติวงการกฎหมายและก็ทนายพอสมควร

มองอนาคตเอาไว้อย่างไร สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มหลังจากนี้ อยากจะให้ไปถึงจุดไหน

คุณวี : เรามองไปถึงขั้นที่อยากให้การรับรู้ข้อกฎหมายเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้คนทั่วประเทศซึ่งยังเข้าไม่ถึงนักกฎหมาย ก็คิดว่า 4-5 ปี น่าจะอยากให้แพลตฟอร์มเราอยู่ในโทรศัพท์ของทุกคน และถ้าใครอยากทราบว่าข้อสงสัยของตัวเองนั้นถูกหรือว่าผิดกฎหมาย ก็สามารถปรึกษาเพียง 1 – 2 คำถามได้เลย แค่ 99 บาท ไม่ได้แพงอะไร แต่คุณสามารถเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเปิดร้านเล็กๆ สักร้านหนึ่งที่มีข้อกฎหมายอะไรเกี่ยข้องบ้าง จะปรึกษาอะไรก็ยิงคำถามมา โดยนึกถึงเรื่องกฎหมายก็ให้นึกถึงแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ของเรา

สนใจติดต่อขอรับคำปรึกษาทางกฎหมายกับทนายออนไลน์สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่

Website : ทนายออนไลน์ – ta9.online
Facebook : ทนายออนไลน์ – ta9.online | Facebook

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า