Local สู่เลอค่า : สีสันโซ่พิสัย

“โซ่พิสัยเป็นบ้านนอกนะ”

สายวันหนึ่ง ผมมีนัดกับพี่ขาบ – อ.สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) ระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการปั้นแบรนด์ชั้นนำของประเทศมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วนที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ถ้าเอ่ยถึงชื่ออำเภอโซ่พิสัยให้ใครหลายคนฟังเมื่อราวสิบปีมาแล้ว หลายคนคงได้แต่ส่ายหัวดิก เพราะอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอำเภอโซ่พิสัยที่ว่านี้ตั้งอยู่ส่วนไหนของประเทศ แต่ในวันนี้โซ่พิสัยได้กลายเป็นพื้นที่แห่งสีสัน โดยมีศูนย์กลางแห่งการปลุกจิตวิญญาณแห่งโซ่พิสัยให้ขึ้นมาโลดแล่นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตแห่งนี้

“พี่รู้สึกว่าพี่อยากจะกลับมาทำอะไรสักอย่างให้บ้านเกิด พี่ก็เลยเอาพื้นที่บ้านของตัวเองนี่แหละมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วใส่ความอาร์ตเข้าไป ชีวิตเราจะขาดความเป็นอาร์ตไม่ได้”

Local – เลอค่า

พี่ขาบนำประสบการณ์ในฐานะนักปั้นแบรนด์มือทองและความเข้าใจด้านการพัฒนาชุมชนอย่างลึกซึ้งจากการทำงานเป็นอาสาสมัครให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเป็นเวลาถึงยี่สิบสองปีกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เปลี่ยนเรือนโบราณแบบอีสานให้กลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอก เมื่อเราเข้ามาในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต เราจะเห็นวิถีชีวิตของชาวอีสานแท้ ๆ อยู่รายรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสุ่ม กระติบ กระด้ง ผ้าขาวม้า หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของพญานาคที่เป็นตำนานท้องถิ่นคู่สองฝั่งแม่น้ำโขง

“ทุกอย่างตรงนี้เป็นรากเหง้าของคนอีสาน แต่เราใส่ความเป็นอาร์ตเข้าไป ปลุกความงามแบบเรียบง่ายให้กลายเป็นทองคำขึ้นมา นี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากที่อื่น”

ด้วยวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชน จึงทำให้พี่ขาบนำจังหวัดบึงกาฬคว้ารางวัลกูร์มองด์ อะวอร์ด (Gourmand Award) จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศด้านอาหารที่คนทั่วโลกให้การยอมรับเสมือนหนึ่งเป็นรางวัลออสการ์แห่งวงการอาหารของโลกจากการนำเสนอวัฒนธรรมการกินของพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ในหนังสือชื่อ Local Food BUENGKAN 

“ขอให้ใช้ประสบการณ์มาปั้นสิ่งธรรมดาให้พิเศษเท่านั้น ทุกคนทำได้” นี่คือสิ่งที่พี่ขาบยืนยันกับผม

ผมนัดกับพี่ขาบในช่วงสายก็จริง แต่กว่าจะได้นั่งลงคุยกับพี่ขาบจริง ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม เหตุผลนั่นก็เป็นเพราะพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต “ฮอต” เหลือเกินในเวลานี้ พี่ขาบบอกกับผมว่าวันนี้จะมีรายการโทรทัศน์เดินทางมาถ่ายทำที่พิพิธภัณฑ์ตลอดทั้งบ่าย และพี่ขาบอยากให้ผมอยู่ในฉากด้วย ส่วนก่อนที่กองถ่ายจะมาถึง พี่ขาบก็มีนัดพูดคุยกับพระสงฆ์ในอำเภอโซ่พิสัย เกี่ยวกับการจะไปวาด Street Art ให้กับสำนักสงฆ์ และยังมีนัดกับทีมงานจากโรงพยาบาลโซ่พิสัยเรื่องการพัฒนาพื้นที่โรงพยาบาลให้กลายเป็นพื้นที่แห่งศิลปะ Street Art อีก ไม่เพียงเท่านั้น พี่ขาบยังมีนัดกับตำรวจจากสถานีตำรวจอำเภอโซ่พิสัยเพราะทางสถานีตำรวจเองก็มีโครงการจะนำ Street Art ไปพัฒนาภูมิทัศน์ของสถานีตำรวจไม่ให้หดหู่น่ากลัวด้วยเช่นกัน ในวงสนทนาและนัดหมายเหล่านี้ทั้งหมดมีผมนั่งสังเกตการณ์และนั่งฟังด้วยความทึ่งตลอดทั้งวัน ยกเว้นตอนช่วงเย็นที่ผมมีสอนหนังสือออนไลน์ประมาณสองชั่วโมง แต่ผมก็ยังแอบเห็นพลังงานล้นเหลือของพี่ขาบที่มุ่งมั่นจะพัฒนาพื้นที่นี้ต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด เพราะผละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเมื่อใด ผมก็เห็นพี่ขาบวิ่งพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ตลอดเวลา แถมที่ลานข้างบ้านก็กำลังจะมีอีเวนต์ประชุมแบบไฮบริด กึ่ง On-site และ Online อีกด้วย

“โซ่พิสัยจะเป็นเมืองอาร์ต เราจะอาร์ตทั้งเมือง”

ปั้นดินเป็นดาว

การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อพุทธศักราช 2559 และการสูญเสียคุณแม่ในปีพุทธศักราช 2560 เป็นความสูญเสียอันใหญ่หลวงในชีวิตของพี่ขาบ จึงทำให้พี่ขาบเกิดพลังที่อยากจะทำอะไรสักอย่างให้กับที่ที่พี่ขาบเกิดมา พี่ขาบนำประสบการณ์จากการปั้นแบรนด์และการเป็นอาสามัครมูลนิธิโครงการหลวงที่ก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจด้านการผสานคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีเกษตรกรรม การสร้างสรรค์ และการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน และทำให้สปอตไลต์ส่องอำเภอโซ่พิสัยขึ้นมาได้ในที่สุด

“หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ในอำเภอโซ่พิสัยมีอยู่สี่สิบกว่าหลังคาเรือนเท่านั้น เราไม่เคยถูกสปอตไลต์ส่องจากทางการเลย เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่อับสัญญาณเลยก็ว่าได้ แถมอีกปัญหาหนึ่งก็คือหมู่บ้านนี้มันเงียบเหงาไปหมด เหมือนหมู่บ้านร้าง ขาดสีสัน ไม่มีชีวิตชีวา มองไปทางไหนก็เหลือแต่เด็กกับคนแก่ เพราะคนในวัยแรงงานย้ายถิ่นไปทำงานที่อื่นกันหมด”

พี่ขาบอธิบายถึงอำเภอโซ่พิสัยเมื่อราวห้าปีก่อนให้ผมฟัง เมื่อผมยิงคำถามว่าพี่ขาบได้รับความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนจากคนในพื้นที่ เมื่อพี่ขาบปั้นโปรเจกต์ระดับ “งานช้าง” ในการจะพลิกหมู่บ้านร้างให้กลายเป็นพื้นที่แห่งสีสันขึ้นมา

“มันเหมือนยืนอยู่บนปากเหว ที่มีลมกระโชกแรง” พี่ขาบอธิบาย “ในพื้นที่ชุมชนแบบนี้มีคนหลายแบบมาก มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับเรา คนที่เฉย ๆ คนที่ต่อต้าน และคนที่ต่อต้านอย่างมาก แต่ถ้าเราไม่มองสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นปัญหา มันก็จะไม่ใช่ปัญหา เราก็แค่ทำความเข้าใจกับมันแล้วเดินหน้า มีนักวิชาการหลายคนอยากจะทำโครงการพัฒนาพื้นที่แต่ทำไม่ได้ เพราะว่ายึดติดทฤษฎีมากเกินไป แต่พี่ไม่มีทฤษฎี พี่อาศัยความเป็น Artist แล้วทำเลย”

และเนื่องจากพี่ขาบทำงานในฐานะจิตอาสาของมูลนิธิโครงการหลวงซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผมจึงถามพี่ขาบต่อไปว่าประสบการณ์ของการทำงานที่มูลนิธิโครงการหลวงได้ให้อะไรที่เป็น Key Success ของการพลิกฟื้นโซ่พิสัยบ้าง

“โครงการหลวงสอนให้เรารู้จักให้ ยิ่งให้เรายิ่งได้ และเราจะได้เรียนรู้จากคนที่เราให้เขาด้วย เราไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เรามีการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนหลากหลาย เราเป็นครูของเขา และเขาก็เป็นครูให้กับเรา เป็นครูของกันและกัน ไม่เคยมองว่าใครมีฐานะต่ำต้อยกว่าเรา มองว่าทุกคนมีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่ต้องมีหัวโขน แค่เอาหัวใจคุยกัน”

รายล้อมด้วยธรรมชาติ

ผมบอกกับพี่ขาบว่าผมเคยมาจังหวัดบึงกาฬครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นผมกากบาทอำเภอโซ่พิสัยทิ้งออกไปจากแผนการเดินทางอย่างไม่ลังเล เพราะว่าโซ่พิสัยไม่มีอะไรเลย พี่ขาบหัวเราะแล้วบอกกับผมว่าตอนนี้โซ่พิสัยจะกลายเป็นจุดหมายแรกที่คนจะมาเยือนเมื่อมาถึงบึงกาฬ

“หลายคนเขาต้องการมันสมองและแรงบันดาลใจจากเรา เพราะฉะนั้นก่อนที่เขาจะไปเที่ยวถ้ำ ไปเที่ยวปีนผา ขึ้นภูทอกหรืออะไร ๆ เขาจะแวะมาที่นี่ มาฟังว่าเราพัฒนาพื้นที่อย่างไร ตรงนี้ทำให้เราเกิดรายได้เข้าชุมชน สมัยก่อนเวลาราชการหรือเอกชนจัดประชุมสัมมนาก็จะไปตามโรงแรมใหญ่ ๆ เงินก็ไปไหลเข้าเอกชนจนหมด คำถามก็คือชาวบ้านได้อะไร ปรากฏว่าชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย แต่ที่นี่เราทำเป็นห้องประชุมธรรมชาติ อยู่ท่ามกลางงานอาร์ตและสิ่งแวดล้อมสวย ๆ ทุกอย่างชุมชนได้หมด”

นอกเหนือจากห้องประชุมธรรมชาติที่เท่ไม่เหมือนใครเลย ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตยังเสิร์ฟอาหารพื้นถิ่นสุดเท่ไม่เหมือนใครสมกับที่มีฟู้ดสไตลิสต์มือเอกเป็นหัวเรือใหญ่แห่งการพัฒนาด้วยตนเอง

“เราเสิร์ฟอาหารในรางไม้ไผ่ ซึ่งเป็นรากเหง้าของเราอยู่แล้ว เพราะชาวบ้านที่นี่มีไม้ไผ่เยอะ เพราะฉะนั้นพี่เลยคิดว่ารางไม้ไผ่นี่แหละที่จะบอกเล่าเรื่องราววิถีชุมชนของเราได้ เมื่อมีคณะมารับประทานอาหาร เราก็ซื้อไม้ไผ่จากชาวบ้านเป็นรายได้ วัตถุดิบในการทำอาหารทั้งหมดก็มาจากชาวบ้านในชุมชน ทั้งแม่ครัว คนเสิร์ฟ คนเก็บล้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นรายได้ทั้งหมด ทุกอย่างหมุนเวียนอยู่ในชุมชน และที่แบบนี้ในจังหวัดบึงกาฬมีที่นี่ที่เดียว”

ผมกล้ายืนยันว่าเมนูบ้าน ๆ บนรางไม้ไผ่นั้นอร่อยเหลือใจ และวัตถุดิบนั้นก็ไม่ได้มีอะไรพิลึกพิสดารไปกว่าอาหารพื้นบ้านปกติที่เราเคยรับประทานเลย ไม่ว่าจะเป็นต้มปลาแม่น้ำโขง หมกปลา ลาบปลาแม่น้ำโขง กุนเชียง ไส้กรอกอีสาน และอื่น ๆ แต่อาศัยวิสัยทัศน์และความ “อาร์ต” ที่เกิดขึ้นนี้เอง ที่ทำให้เมนูธรรมดากลายเป็นเมนูวิเศษได้อย่างเหลือเชื่อ

“ข้าวเหนียวของเราห่อในใบตอง อันที่มีดอกอัญชันประดับอยู่คือข้าวเหนียวดำ อันไหนไม่มีดอกอัญชันอันนั้นก็เป็นข้าวเหนียวขาว ดอกอัญชันเมืองไทยเรามีอยู่แล้ว ที่อีสานนี่ก็มี หยิบดอกอัญชันจากรั้วบ้านมาเป็นกิมมิกบนโต๊ะอาหารซะเลย” พี่ขาบบอกกับผมบนโต๊ะอาหาร

คนอาร์ตนี่ช่างอาร์ตจริง ๆ ขนาดแค่ดอกไม้ริมรั้ว ยังกลายเป็นมูลค่าเพิ่มได้เลยครับ

ผมถามพี่ขาบสนุก ๆ ว่า ถ้าคนมาดูงานที่บ้านของพี่ขาบมาก ๆ เข้า และพากันไปพัฒนาชุมชนของตัวเองจนหมด แบบนี้ทุกที่จะไม่กลายเป็นของเลียนแบบกันไปหมดหรือ

“ไม่สิ” พี่ขาบตอบ “ถ้าถามพี่ พี่คือ World Standard พี่พูดได้เพราะพี่ทำมาแล้ว พี่สามารถปั้นให้อำเภออื่น ๆ ไปสู่ระดับโลกได้ในแบบที่เขาเป็น ทุกอำเภอจะสวยไม่เหมือนกัน เหมือนนางงามแต่งตัวสวย ๆ เดินมากี่คนก็สวยทุกคน แต่ทุกคนสวยในแบบของตัวเอง”

ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น เพราะปัจจุบันนี้พี่ขาบยังเดินสายปั้นของดีชุมชนทั่วประเทศ จับสิ่งละอันพันละน้อยมาอาบน้ำแต่งตัวจนเจิดจรัส เปล่งประกายเตะตานักท่องเที่ยวให้อยากจะไปสัมผัสประสบการณ์ของท้องถิ่นทั่วไทยให้ได้สักครั้ง

“คนกรุงเทพฯ จะมา คนเมืองจะมา คนมีเงินจะมา นี่คือสิ่งที่เป็นรายได้ของชุมชน คนในชุมชนจะได้ประโยชน์ เราเห็นสิ่งที่เหล่านี้ชัดเจนอยู่แล้ว”

การท่องเที่ยวชุมชน : คำตอบของประเทศ

ตอนนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว ทั้งหมู่บ้านเงียบสงบ ผมเอ่ยปากถามพี่ขาบว่าหากมีใครสักคนหนึ่งเกิดตั้งคำถามขึ้นมาว่า การท่องเที่ยวชุมชนที่พี่ขาบตั้งใจทำให้คนเมืองและคนมีเงินเข้ามาบริโภค “คอนเทนต์” ทั้งหลายเหล่านี้นั้น เป็นการนำเอาชีวิตของคนในชุมชนมาเป็นเครื่องมือในการสร้างเรื่องราวให้คนเมืองได้เสพ (Human Zoo) หรือเปล่า พี่ขาบจะอธิบายให้คนที่มีความคิดแบบนี้ฟังได้อย่างไร

“เราต้องยอมรับข้อหนึ่งว่า คนจนเรายังมีเยอะมาก และรัฐบาลก็ช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนเอกชนที่มุ่งหวังกำไรสูงสุดก็ช่วยอะไรไม่ได้ ความเป็นจริงของโลกข้อหนึ่งก็คือทุกคนไม่ได้เกิดมาเหมือนกัน แล้วถ้าเขา (ชาวบ้าน) อยากจะมีเงินมีทองบ้าง มีความเป็นอยู่ที่ดีบ้าง มันผิดหรือ ถ้าเรามองดูชีวิตของคนยากคนจน หันซ้ายหันขวาเขาก็เห็นท้องไร่ท้องนา บ้านหลังหนึ่ง วัว ควาย หรืออะไรทำนองนี้ แล้วก็ไม่มีใครให้โอกาสเขาเลย เราจะขอโอกาสให้คนเหล่านี้บ้างได้ไหม เผอิญว่าเขาไม่มีต้นทุน แต่เราอย่าไปกดขี่หรือบังคับเขาว่าเขาต้องเป็นคนจนไปทุกรุ่น นี่คือหลักของสันติศึกษาที่จะแก้ไขปัญหาโครงใหญ่ได้ เราต้องมีพื้นที่ให้เขาโดดเด่นขึ้นมา การท่องเที่ยวชุมชนจึงเป็นคำตอบที่จะช่วยจัดการต้นทุนที่เขามีให้ดูงาม ให้คนที่เห็นคุณค่าได้เข้ามาหยิบจับ ชีวิตของเขาก็มีความหมายแล้ว”

ผมหยุดคิด และฟังพี่ขาบพูดต่อไป

“รัฐบาลส่วนมากก็จะเอาเงินมาให้เขา แต่เอาเงินมาให้ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาบริหารจัดการไม่เป็น โจทย์ของเราก็คือทำยังไงให้เขาหยัดยืนและมีคุณค่าขึ้นมาด้วยตัวของเขาเอง ที่นี่เรามีเด็ก ๆ ในชุมชนมาเป็นมัคคุเทศก์ มาร่วมกิจกรรม ที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ของพวกเขาด้วย”

ผมนึกถึงคำพูดที่ว่า ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา คำพูดนี้ช่างมีความหมายลึกซึ้งจริง ๆ

“ชาวบ้านไม่ใช่ตัวประกอบ แต่เขาคือส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาภาคภูมิใจ สมมติว่าชาวบ้านอยากจะมีการศึกษา อยากจะมีงานดี ๆ ทำ แต่เขาอยู่ต่างจังหวัด อย่างอยู่ที่บึงกาฬนี่ หันไปทางหนึ่งก็ติดแม่น้ำโขงแล้ว คิดอะไรไม่ออก โอ๊ย ! ขายยาบ้าดีกว่า แบบนี้สังคมก็ยิ่งแย่ แต่ถ้าเราเอาการท่องเที่ยวชุมชนเข้ามา เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้ลุกขึ้นมาลืมตาอ้าปากได้จะไม่ดีกว่าหรือ ตรงนี้คนเมือง คนมีเงินต้องเข้าใจ และช่วยกันสนับสนุน เราขาดการสนับสนุนจากคนที่มีกำลังซื้อไม่ได้ พี่คิดว่าการท่องเที่ยวชุมชนจะเป็นคำตอบของประเทศได้”

พี่ขาบตอบด้วยแววตามุ่งมั่น กิจกรรมตลอดทั้งวันที่ผ่านมาดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้พี่ขาบเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าลงไปเลย แม้เราจะนั่งคุยกันตอนดึกดื่นค่อนคืนแล้วก็ตาม

“อย่าไปคาดหวังว่าชุมชนจะต้องเพอร์เฟกต์ นี่คือความงามในวิถีของชุมชน ดอกไม้งอกกลางทะเลทรายยังเป็นความงามเลย ถ้าเราเข้าใจตรงนี้และให้โอกาสเขา เราจะช่วยประเทศได้”

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า