‘Tesla’กำลังถูกท้าทายความเป็นที่ 1 ในสหรัฐฯ เมื่อ Hyundai Ioniq 5 และ Kia EV6 ยอดพุ่งร้อนแรง

หากพูดถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อันดับ 1 ในตลาดตอนนี้ทุกคนก็คงจะนึกถึง ‘Tesla’ ที่มียอดจำหน่ายทั่วโลกในปี 2021 รวมทั่วโลกได้เกือบ 1 ล้านคัน และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งที่ก่อตั้งในปี 2003

แต่แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ ‘Tesla’ เท่านั้นที่พยายามพัฒนารถ EV เพื่อแข่งขันในตลาดยานยนต์แห่งหยุคต่อจากพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เพราะค่ายรถยนต์ทั้งหน้าเก่าเจนสนามในวงการ และหน้าใหม่สไตล์สตาร์ทอัพต่างก็เข็นนวัตกรรมของตัวเองออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด

โดยเฉพาะตลาดรถ EV ในสหรัฐฯ ที่ถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ เพียบ แต่ดูเหมือนว่ารถ EV ที่ได้รับความสนใจและมีกระแสร้อนแรงแซงทางโค้งในเวลานี้กลับเป็นค่ายรถยนต์หน้าเก่าเจนสนามสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง ‘Hyundai Motor Co.’ และ ‘Kia Corp.’ มาแรงชนิดที่ว่าค่ายรถอเมริกันเองยังต้องมองค้อน

เมื่อต้นปีนี้ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ได้เปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘Hyundai Ioniq 5’ และพี่น้องร่วมชาติอย่าง ‘Kia EV6’ ซึ่งถล่มยอดจำหน่ายรถ EV ในอเมริกาอย่างรวดเร็ว โดยแซงหน้า Nissan Leaf, Chevrolet Bolt และรถยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ทุกคันในตลาดที่ไม่ได้ผลิตโดย Tesla

ซึ่งปีนี้จนถึงเดือนพฤษภาคมทั้ง Hyundai และ Kia ทำยอดจำหน่ายในสหรัฐฯ ไปแล้วถึง 21,467 คัน เอาชนะได้แม้กระทั่ง Ford Mustang Mach-E ที่มียอดจำหน่ายร้อนแรงซึ่งมียอดจำหน่ายที่ 15,718 คัน

แม้ว่า Tesla ยังคงเป็นเจ้าตลาดในสหรัฐฯ ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดก็ตาม แต่กว่าที่บริษัทจะสามารถทำยอดจำน่ายรถได้เท่ากับ Hyundai และ Kia ในตอนนี้ต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี แต่ค่ายรถจากเกาหลีใต้กลับใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน

จริงอยู่ที่ว่า Hyundai ไม่ใช่สตาร์ทอัพ และการออกแบบรถ EV เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ตามรายงานของ Steve Kosowski ผู้จัดการกลยุทธ์ของ Kia America ระบุว่า ในเวลานั้น Chevrolet Bolt เพิ่งออกสู่ตลาด และ Kia คิดว่ารถมีขนาดและสเป็กใกล้เคียงกัน ในที่สุด Kia ก็ได้ตัดสินใจทำรถให้สปอร์ตที่มีคุณสมบัติเหนือกว่า และหรูหรากว่ามากในราคาที่สูงกว่าเล็กน้อย

ช่วงเวลานี้นับว่าเป็นช่วงที่อยู่ในยุคของรถ EV ที่มีปัจจัยมากมายเอื้อประโยชน์ต่อการเติบโต และได้รับความนิยมมากขึ้นในสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลด้านสภาพอากาศและราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้น

และแม้ว่ายานยนต์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่จะเติบโต แต่ก็ยังมีให้เลือกไม่มากนักไปกว่า 30 รุ่นที่จำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ และมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถมีราคาต่ำกว่า 45,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.57 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ค่อนข้างเล็กและล้าสมัยเช่น Nissan Leaf

สำหรับ Ioniq 5 และ EV6 ทั้ง 2 รุ่นมีพื้นฐานมาจากรถสปอร์ตอเนกประสงค์ SUV ซึ่งรถสไตล์นี้เข้ายึดครองตลาดรถยนต์ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี โดยรถทั้งรุ่นได้รับารออกแบบบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์เดียวกัน รวมมอเตอร์และแบตเตอรี่เดียวกัน สเป็กต่างๆ ก็แทบจะเหมือนกัน แต่มีจุดเด่นคือการชาร์จไฟในอัตราที่เร็วที่สุดกว่ารถทุกๆ ยี่ห้อที่อยู่ในท้องตลาด ณ เวลานี้

โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 40,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.4 ล้านบาท ทำให้เป็นที่สนใจและกําลังดึงดูดผู้ซื้อด้วยงบประมาณที่น้อยกว่า แต่กระนั้นยังได้ความหรูหรามากเพียงพอที่จะดึงผู้คนที่ใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปให้สนใจได้เช่นกัน

จนถึงขณะนี้ผู้ซื้อ EV6 ประมาณ 3 ใน 4 รายก่อนหน้านี้ขับรถจากแบรนด์อื่นตามข้อมูลของ Kia และมีเพียง 1 ใน 10 คน เท่านั้นที่เป็นเจ้าของรถยนต์ EV ก่อนหน้านี้ รายชื่อผู้รอส่งมอบ ณ ปัจจุบันสำหรับรุ่น EV6 ต้องรอยาวประมาณ 6 เดือน แม้จะต้องรอนานและมีค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยที่เฉลี่ยสูงกว่ารถยนต์น้ำมัน แต่ข้อมูลจา Bloomberg Intelligence ระบุว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าเพื่อครอบครองรถ EV

Eric Watson รองประธานฝ่ายขายของ Kia America Inc กล่าวว่า ตัวแทนจําหน่ายแบรนด์รายงานว่า รถยนต์รุ่นนี้จำหน่ายหมดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ทั้งนี้ Hyundai กําลังได้ประโยชน์จากความล่าช้าของ Tesla ที่ไม่สามารถผลิตและส่งมอบรถได้ตามความต้องการ และรถ SUV กำลังได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นไปทั่วรัฐชายฝั่ง นอกจากนี้ผู้ที่เคยใช้รถยนต์ของ Hyundai หรือ Kia ราวๆ 60% ยังคงภักดีอยู่กับแบรนด์

Hyundai วางแผนที่จะเปิดตัวรถที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ใหม่ทุกปี โดยทุ่มงบประมาณ 16,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเกาหลีใต้ ภายในปี 2030 ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการครองส่วนแบ่งตลาดที่ 12% ของตลาด EV ทั่วโลกรถยนต์และรถบรรทุกประมาณ 3.2 ล้านคัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า